ขับรถท่องเที่ยวเขาค้อ ณ จุดชมวิวที่ไปรษณีย์เขาค้อ

แสงอาทิตย์ได้หมดไปอย่างคุ้มค่าในหนึ่งวันทั้งภายในโลกที่ได้อยู่ตรงข้างหน้าและภายในใจของเราเช้ารุ่งขึ้นก็ได้พบกับกลุ่มทะเลหมอกที่หนาแน่ที่ได้ก่อตัวขึ้นในยามเช้าที่ได้ไหลเวียนอยู่ภายภาคหน้าของเรามันได้ปลุกจิตใจของเราที่ได้หลับไหลให้ได้ตื่นขึ้นมาเพื่อที่จะได้เรียนรู้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติที่ไม่ได้มีทรัพย์สินมอบมาให้เราแต่มันได้กลับทำให้ใจของคนที่ได้จ้องมองนั้นได้พองโตขึ้นได้

ซึ่งมันก็คงจะไม่มีอยู่กี่สิ่งบนโลกใบนี้ที่มันจะมอบความสุขให้อย่างเป็นกลางต่อนักเดินทางที่ได้แสวงหาธรรมชาติหรือแม้แจ่กระทั่งได้ขับกล่อมจิตใจของผู้ที่ได้คลั่งไคล้เงินตราให้ได้ทบทวนในบางสิิ่งว่าการหาเงินในจำนวนมากนั้นมันได้ถูกทำไปเพื่ออะไรกันซึ่งทะเลหมอกแห่งนี้มันก็จะค่อยจางลงและก็จางขึ้นจางๆลงไปและในบางทีมันก็ได้เกิดขึ้นมากขึ้นมากไปอีกไหลออกมาให้เรานั้นได้เห็นๆก็เลยและรีสอร์ทที่ได้อยู่ข้างในก็จะเป็นซึ่งมันก็จะอยู่ภายในหมอกเหมือนกับว่าอาบหมอกเขาก็จะไม่เห็นแบบเราเพราะว่าตรงที่เราได้อยู่นั้นมันอยู่สูงเหนือไปกว่าเขาแต่ถึงอย่างไรมันก็ไม่ได้มาถึงนี่หรอกแต่สถานที่ตรงนี้มันดูใกล้ชิดมากที่สุดแล้วและที่จุดชมวิวนั้นยังดูไกลกว่าหลังจากที่เราได้ดูหมอกที่หน้าบ้านพักสักระยะหนึ่งก็ได้มีคุณลุงเขามาแนะนำสถานที่ที่เป็นจุดชมวิวทะเลหมอก

ซึ่งคุณลุงได้บอกให้ผมขับรถไปตระเวนดูที่ไปรษณีย์หนึ่งจะเป็นที่จุดชมวิวสองก็คือไปรษณีย์และให้เราเดินเก็บภาพบันทึกภาพซึ่งมันได้เป็นจุดที่คนเขาไฮไลท์กันแต่สถานที่ตรงนี้ที่พักก็ไม่ได้แพ้ไปกว่าที่อื่นเลย

นอกจากนี้ก็ได้มีเจ้าของที่พักก็ได้แนะนำจุดชมวิวในยามเช้าเช่นเคยและนั่งเองมันก็เป็นสิ่งที่เรานั้นประทับใจเป็นอย่างมากทั้งทิวทัศน์และผู้คนที่ได้อาศัยอยู่ที่แห่งนี้ที่ได้ใส่ใจต่อนักเดินทางอย่างเราซึ่งอากาศที่เย็นในยามเช้าของเราค้อนั้นก็ดูจะหน้าเสียดายถ้าไม่ได้ขี่รถออกมารับลมในช่วงระยะเวลาที่ดีแบบนี้

จุดชมวิวขิงไปรษณีย์ของเขาค้อก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่คนนิยมมาชมทะเลหมอกกันดูเหมือนว่าเช้านี้จะไม่ค่อยมีผู้คนมากนักสำหรับคนสันโดษที่เสพติดการเดินทางเช่นเราเท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับการเดินทางเราเป็นลูกชายคนเดียวที่ไม่ได้ทำงานกับพ่อแม่ที่บ้านเหมือนกับพี่ชายทั้งสามคนทำให้เรื่องราวของเราได้ถูกส่งไปยังพ่อและแม่ได้น้อยนิดกว่าที่คิดไว้ซึ่งแม้แต่รอยสักบนตัวของผมก็ไม่เคยที่จะเผยให้เห็นจนท่านต้องไม่สบายใจเพราะเราเกิดมาคนละยุคสมัยที่อาจจะมีมุมมองที่แตกต่างกันเราก็ได้ทำเรื่องที่ตัวเองปรารถนาทั้งหมดในชีวิต

 

สนับสนุนโดย  next88 mobile

ขับรถท่องเที่ยวที่ เมืองน่านและหมู่บ้านสะปัน

รุ่งเช้าของวันที่เรานั้นได้ออกเดินทางเราได้นอนตื่นขึ้นมาพร้อมกับเหงื่อที่ไหลนองตลอดทั้งคืนนี่มันคงจะเป็นการหลับที่ทรมานมากที่สุดตั้งแต่เคยได้นอนมาเลยโดยจะมีเหงื่อที่เปียกชุ่มที่จะคอยปลุกให้เรานั้นรีบเผ่นออกจากริมแม่น้ำน่านเราและเพื่อก็ได้เข้าสู่การเดินทางในช่วงเวลาหกโมงเช้า

ซึ่งเป็นการทำเวลาที่ดีที่สุดตั้งแต่เริ่มออกเดินทางทริปนี้มาซึ่งมันก็ได้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่พบความสะดวกสบายในค่ำคืนที่ผ่านมาและมันก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกสำหรับการเดินทางแบบ no plan ของเราสองคน

สำหรับสองนักเดินทางที่ไม่สามารถข้ามน้ำน่าไปยังจังหวัดน่านได้มันก็คงจะมีแต่หนทางได้วนรถกลับทางเดิมแต่เมื่อเราได้ยืนอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยแล้วคำว่ากรุงเทพแม่สายก็จะดูใกล้เข้ามาทุกที

สำหรับการเดินทางที่มีปลายทางเป็นเหนือสุดของประเทศไทยถ้าออกเดินทางด้วยสองล้ออย่างไม่แวะที่ไหนแล้วมันก็คงจะอยู่ไม่ไกลเกินเก้าร้อยกิโลเมตรแต่จากการนับกิโลเมตรในการเดินทางของเรานั้นและเพื่อนั้นมันก็คงจะมีระยะทางที่มากขึ้นไปกว่าเก้าร้อยกิโลเมตรอีกหนึ่งเท่า

ซึ่งระยะทางที่เกินมาตามจริงนั้นก็คงจะเป็นสิ่งที่เราเรียกมันว่าการท่องเที่ยวหรือการเดินทางที่เราได้แวะเรียนรู้สิ่งต่างในระหว่างทางและยังได้พบเจอกับผู้คนที่อาจจะเป็นแค่ครั้งเดียวที่เราจะได้พบเจอกันในชีวิตนี้นั่นมันคงเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่ใช่นักล่าปลายทางที่ได้มีความหลงไหลในการทดสอบขีดจำกัดของตัวเองบนท้องถนนเราและเพื่อนก็ได้เดินทางเข้าสู่จังหวัดน่านในช่วงเวลาที่เกือบจะเย็นวันและท้ายที่สุดนั้นเราก็ได้พัดหลงกันภายในเมืองน่านด้วยความเคยชินในเส้นทางที่แตกต่างกัน

ดูเหมือนกับว่าวันนี้เราจะทำเวลาได้ดีกว่าที่คิดกันเอาไว้จากเป้าหมายที่พวกเราได้ตั้งเอาไว้เพียงแค่เมืองน่านและเริ่มแถมมาที่ปัวจนท้ายที่สุดแล้วก็คือหมู่บ้านสะปันในบ่อเกลือที่จะต้องผ่านเส้นทางของถนนลอยฟ้าที่โด่งดังเป็นสถานที่ที่ได้ทำให้เมืองน่านเหมาะแก่การโร้ดทริปของนักเดินทางและนี่มันก็คงจะเป็นครั้งที่สองแล้วที่เราได้ผ่านถนนเส้นนี้เพื่อที่จะได้วิ่งตรงเข้าสู่หมู่บ้านสะปันหมู่บ้านที่จะเป็นปลายทางของพวกเราในค่ำคืนนี้ทิวทัศน์ที่ได้อยู่ในระหว่างทางดูเหมือนว่ามันจะเป็นตัวดึงเวลาของเราได้เป็นอย่างดีกับนักเดินทางเร่ร่อนของพวกเราทั้งสองคนที่ยังไม่มีที่พักหลังพระอาทิตย์ที่ได้ลับขอบฟ้าไปแล้ว

 

 

สนับสนุนโดย  next88 pantip

เดินทางท่องเที่ยวสันหนอกวัวและจุดชมวิวป้อมปี่ที่จุดชมวิวป้อมปี่

เราได้ออกเดินทางเข้าสู้จังหวัดกาญจนบุรีเพื่อตรงเข้าสู่เขตอำเภอทองผาภูมิซึ่งเป็นอำเภอที่เราเริ่มจะคุ้นเคยไปอย่างไม่รู้ตัวกับการเดินทางมาท่องเที่ยวธรรมชาติในสถานที่แห่งนี้ใช้เวลากว่า6ชั่วโมงครึ่งเราก็เดินทางมาถึงยังเขตอำเภอทองผาภูมิในช่วงเวลาค่ำเราเลือกที่จะพักในละแวกนี้

ซึ่งได้อยู่ใกล้กับตลาดสดที่เราต้องการจับจ่ายใช้สอยในวันรุ่งขึ้นสำหรับที่จะต้องตุนเสบียงในการขึ้นสันหนอกวัวที่อยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมเป็นเป้าหมายของการเดินทางในครั้งนี้

เช้าวันใหม่เราได้ออกเดินทางเข้าสู่ตลาดของทองผาภูมิเป็นช่วงเวลาที่มีคนพลุกพล่านมากมายและแน่นอนกับการเดินป่าเราก็ไม่พลาดที่จะซื้อไก่สดไปสัก2-3ชิ้นเพื่อที่จะเอาไปย่างกินเมื่อถึงยอกของภูเขามันคงจะเป็นความเคยชินไปซะแล้วกับการเตรียมเสบียงในลักษณะนี้พระสงฆ์เริ่มออกมาบิณฑบาตในยามเช้ากับอากาศเย็นๆในเขตของอำเภอของทองผาภูมิเราได้มุงตรงเข้าสู่จุดชมวิวป้อมปี่

ซึ่งเป็นจุดที่ใช้ในการลงทะเบียนขึ้นสันหนอกวัวในเช้าวันนี้ในเวลา8โมงเช้านักท่องเที่ยวเริ่มทยอยกันมาถึงและได้กรอกใบลงทะเบียนที่ได้จองไว้ซึ่งต้องขอบอกก่อนเลยว่าในช่วงของต้นเดือนธันวาคมนี้มีนักท่องเที่ยวขึ้นไม่ถึง50คนด้วยซ้ำเป็นข้อดีของการท่องเที่ยววันธรรมดาที่ไม่ใช่วันหยุดเสาร์อาทิตย์ซึ่งจะได้ความเป็นส่วนของเรากับธรรมชาติมากขึ้น

สำหรับคนที่สันโดษที่หลีกเลี่ยงจากธรรมชาติมาเมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางกันเข้ามาจนครบรถกะบะของเจ้าหน้าที่ก็พาเราเข้าไปยังทางขึ้นของสันหนอกวัวและการเดินทางเข้าสู่หนอกวัวก็เริ่มขึ้นเราได้เริ่มออกเดินไปกับกลุ่มเล็กๆพร้อมกับเจ้าหน้าที่แต่ไม่นานก็เหลือเพียงแค่เรากับเจ้าหน้าที่ที่อยู่รั้งท้ายกลุ่มเราได้สอบถามชื่อของเจ้าหน้าที่ซึ่งได้มีชื่อว่าพี่เปิ๊งเราอาจจะยังอยู่ในช่วงอายุที่รุ่นราวคราวเดียวกันแต่ต่างคนก็เลือกที่จะเรียกอีกฝ่ายว่าพี่ในตลอดบทสนทนาของเรา

ซึ่งได้เป็นมารยาทที่เราได้พบเห็นได้ไม่ยากในการเดินทางสถานที่แห่งนี้ดูจะเป็นป่าที่มีเส้นทางชัดเจนและการจะเดินไปถึงยังจุดตั้งแคมป์นั้นก็จะต้องผ่าน9กิโลเมตรที่สาหัสอยู่ไม่น้อยด้วยการเดินสลับกับการนั่งพักทำให้ไก่ที่อยู่ในถุงน้ำแข็งของเรานั้นมันจะมีดินทรายที่เล็ดลอดเข้าไปบ้างมันเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าค่ำคืนนี้คงจะได้กินเมนูไก่ย่างคลุกฝุ่นแน่ๆ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  next88 ฝากเงิน

คู่มือท่องเที่ยว มือใหม่หัดบินเจแปน 

   ขั้นตอนการเข้าเมือง

สำหรับคนที่เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นโดยไม่ขอวีซ่าสามารถอยู่ในญี่ปุ่นได้ไม่เกิน 15 วันจำเป็นต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติมเพื่อแสดงต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองมาดังนี้

1.ตั๋วเครื่องบินขาออกประเทศญี่ปุ่น

2.สิ่งที่ใช้ยืนยันการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของตนเองระหว่างที่อยู่ในญี่ปุ่นเช่นเงินสดหรือบัตรเครดิต

3.ชื่อและที่อยู่พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ในระหว่างที่เราพักอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเช่นโรงแรมที่พัก

4.กำหนดการเดินทางระหว่างที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น

       การกรอกเอกสารเข้าเมือง

ก่อนจะผ่านเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นได้นั้นเราจะต้องกรอกเอกสารหลักฐานการเข้าเมืองเพื่อยื่นต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองเมื่อมาถึงประเทศญี่ปุ่นเสียก่อนโดยเราสามารถขอเอกสารได้ตั้งแต่อยู่บนเครื่องบินจากพนักงานต้อนรับจะได้ไม่เสียเวลาไปกรอกที่จุดกรอกข้อมูลหน้าด่านตรวจคนเข้าเมือง เอกสารที่นักท่องเที่ยวที่จะเข้าประเทศญี่ปุ่นนั้นต้องกรอกมีอยู่สองใบใบแรกคือเอกสารขอเข้าเมืองที่ต้องยื่นให้กับด่านตรวจคนเข้าเมืองและใบที่สองคือใบสุดละกากรสำหรับยื่นให้กับด่านศุลกากรเป็นมาตรการเพื่อป้องกันการนำสินค้าหนีภาษีสินค้าที่มีอันตรายหรือสินค้าต้องห้ามเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น

ใบที่ 1 เอกสารขอเข้าเมือง จะเป็นแผ่นยาวๆสีขาว คือ Disembarkation Card สำหรับตรวจคนเข้าเมืองขาเข้าประเทศ

ใบที่ 2 สำหรับใบศุลกากรจะต้องกรอกแบบฟอร์มอยู่สองหน้าก่อนอื่นให้ลองตรวจสอบดูก่อนว่าเรามีสิ่งของตาม List นี้หรือไม่หากมีให้ติ๊กที่ช่อง yes และพลิกไปเขียนข้อมูลเพิ่มในหน้าด้านหลังแต่ถ้าตอบ No หมดก็ผ่านฉลุยแล้ว

    ใบกรอกเอกสารเข้าประเทศญี่ปุ่นนี้เราสามารถเปิด Google พิมพ์หาใบนี้ได้เลยจะมีตัวอย่างคนที่เคยไปมาแล้วเค้าจะถ่ายไว้ให้ดูว่าเราต้องกรอกเอกสารตรงไหนเขียนว่าอะไรบ้าง โดยให้เราเซฟรูปนั้นไว้ เพื่อนำไปใช้เวลากรอกเอกสารเพราะถ้าคุณเกิดกรอกผิดพลาดขึ้นมาอาจโดนด่านตรวจคนเข้าเมืองเรียกก็ได้นะ ซึ่งควรทำการศึกษามาก่อนบ้างก็จะช่วยได้เยอะ ที่สำคัญคือ มันเป็นประสบการณ์สำหรับตัวเราเองด้วย

 

 

สนับสนุนโดย  alpha88 ดีไหม

สถานที่เที่ยวที่บรรยากาศดี

สถานที่ที่ท่องเที่ยวนี้ต้องบอกว่าเป็นที่ที่มีบรรยากาศดี และที่สำคัญมันคือสถานที่อาไว้เที่ยวในช่วงเดือนมกราคม โดยต้องบอกว่าถ้าหากคุณเป็นคนที่มีความชื่นชอบในเรื่องของการท่องเที่ยวจริงๆ จะต้องไม่สมควรที่จะพลาดไปกับสถานที่ที่เรานำมาฝากต่อไปนี้

สวนเมเปิ้ล เป็นสถานที่ที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ซึ่งสามารถให้นักเดินทางเข้าไปเยี่ยมชมวิธีการทำสวนแล้วก็ยังสามารถซื้อผลิตผลทางการเกษตรกลับมาเป็นของฝากได้ รวมทั้งตรงนี้ยังมีการปลูกดอกไม้สวยงามเป็นหลักที่กว้างทำให้นักท่องเทียวสามาถไปถ่ายภาพกับทิวทัศน์สวยงามของสวนนี้ได้อย่างจุใจ สำหรับตรงนี้ตั้งอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี

เกาะกูด ในจังหวัดตราด

สำหรับที่เกาะกูดนี้คงจะไม่มีนักเดินทางคนใดที่ไม่รู้จักเพราะว่าเป็นทีนิยมของนักเดินทางที่ชอบท่องเที่ยวทะเลกันอย่างมากมาย ก็เลยได้มีการตั้งฉายาตรงนี้ว่า อันดามนแห่งทะเลตะวันออก รวมทั้งตรงนี้ยังมีสถานที่เที่ยวใกล้เคียงหลายจุดที่เป็นอ่าวสวยงามเข้ากันการเดินเที่ยวพัก และก็ดำน้ำดูต้นปะการังเพราะว่าน้ำทะเลตรงนี้ใสมาก แถมยังสงบเงียบอีกด้วย

ไร่บีเอ็น ที่เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

อีกหนึ่งที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่พวกเราจะได้เจอกับดอกไม้ที่สวยงามนานาพันธ์แข่งขันกันบานอวดความสวยสดงดงาม โดยจะมีอีกทั้งดอกไฟร์เวิร์ค ดอกสไปเดอร์ส ดอกเสี้ยนฝรั่งรวมทั้งยังมีดอกคอสมอสซึ่งดอกไม้กลุ่มนี้จะมีการปลูกจำนวนมากเรียกว่าทุ่งดอกไม้ได้เลย เหมาะสมกับการไปถ่ายภาพสวยงามเป็นอันมาก

น้ำพุร้อนไทรงาม ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตรงนี้มีลักษณะเช่นกันเป็นน้ำตกขนาดเล็ก แต่ว่าก็มีน้ำพุร้อนให้มานั่งแช่ เพื่อความสบายตัว โดยน้ำพุที่นี้เกิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติ น้ำพุตรงนี้อุณหภูมิพอดีเนื่องจากอยู่ที่30-32 องศาแค่นั้นไม่ร้อนจนเกินไป สามารถเข้าไปแช่น้ำพุได้ทั้งยังเด็กและก็คนแก่ แต่ว่าจำเป็นต้องเสียค่าเข้าสำหรับผู้ใหญ่คนละ 20 บาทส่วนเด็กคนละ 10 บาทเพียงเท่านั้น ตรงนี้เป็นที่ชื่นชอบมาพักกันมากมายทั้งคนไทยรวมทั้งชาวต่างประเทศ

ดินแดนดอย ที่จังหวัดกระบี่

ตรงนี้จะเป็นสถานที่ที่อากาศดีเยี่ยมมาก บางวันโชคดีบางทีอาจจะพบกับทะเลหมอกอีกด้วย สำรับดินแดงดอยเป็นจุดที่นักเดินทางนิยมมาดูตะวันขึ้น เป็นจุดสำหรับเพื่อชมวิวที่สวยงามมาก พวกเราจะสามารถเห็นเทือกเขาสลับกับต้นไม้ที่ขึ้นเต็มพื้นที่ดูไปทางไหนก็มองเห็นแต่ว่าสีเขียวชะอุ่มของต้นไม้

นี่เป็น 5 สถานที่เที่ยวที่น่าเที่ยวเป็นอย่างมากในช่วงมกราคม ซึ่งยังเป็นตอนเดือนที่อากาศกำลังเย็นสบายเพราะเหตุว่าอยู่ในช่วงฤดูหนาวนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  ติดต่อ entaplay

เที่ยวหน้าฝนใกล้ชิดธรรมชาติ

หน้าฝนใครบอกว่าไปเที่ยวไม่ได้ สถานที่ท่องเที่ยวหน้าฝนมีให้เลือกเยอะแยะเลยคะ ไม่ว่าจะขึ้นเหนือหรือลงใต้ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวให้คุณเลือกไปสัมผัสกับธรรมชาติได้ทั้งนั้น สำหรับบางคนที่ยังคิดไม่ออกว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดีในหน้าฝนนั้น  วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน ไปดูเลย

ถ้าหากพูดถึงภาคใต้การท่องเที่ยวก็มีมากพอสมควร แต่มีสถานที่หนึ่งที่เราจะนำมาเสนอนั่นก็คือ จังหวัดสุราษฎร์ โดยสถานที่ของจังหวัดสุราษฎร์ที่เราจะนำเสนอนั้นก็คือ ทะเลสาบเชี่ยวหลาน

ซึ่งสถานที่แห่งนี้มีการพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของความสวยงาม เพราะมีการพูดถึงกับการเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลานในหน้ามากที่สุด เพราะมันมีความสวยงามมากที่สุดนั่นเอง โดยที่พักนี้ที่เราจะพาไปนั่นก็คือ แพร 500 ไร่นั่นเอง เพราะที่นี่เป็นรีสอร์ทที่อยู่กลางน้ำ แถมบรรยากาศก็แสนจะเงียบสงบ เป็นส่วนตัวอีกต่างหาก ทำให้เรานั้นได้ซึมซับกับธรรมชาติแบบสุดๆ ตัดขาดจากโลกโซเชียลและได้หันมาใช้เวลากับคนที่คุณรักอย่างเต็มที่

สำหรับบรรยากาศในตอนเช้านั้น ของเขื่อนเชียวหลานนั้นมันดีมากจริงๆโดยมีทะเลหมอกบางๆปกคลุมไปทั่วทะเลสาบที่มีสีมรกต ช่างเป็นอะไรที่มองดูแล้วสวยงาม และเข้ากับบรรยากาศกับธรรมชาติได้อย่างลงตัวมากๆ คงเถียงไม่ได้เลยแหละคะว่ามันไม่สวยยังไง ซึ่งถ้าหากใครไปก็คงจะได้คำตอบกับความสวยงามของที่นี่แน่ๆ ว่าเขื่อนเชี่ยวหลานในหน้าฝน มันสวยมากแค่ไหนกัน

โดยต่อมาเราจะพาขึ้นเหนือสัมผัสกับบรรยากาศทางด้านของภาคเหนือกันบ้าง ว่าทางภาคเหนือนั้นมีความสวยงานในหน้าฝนอย่างไรบ้าง บรรยากาศที่เราจะพาไปนั้นมีหมอกท่ามกลางป่าต้นสน โดยบรรยากาศดีเปรียบเสมือนไปเที่ยวเมืองนอกเลยแหละคะ หากใครอยากรู้ว่ามันอยู่ไหนกันมาดูกันเลย

สวนป่าดอยบ่อหลวงจังหวัดเชียงใหม่ของเรานี่เองคะ ซึ่งหากมาที่นี่เพื่อนๆจะได้มานั่งผิงไฟอุ่นๆ และได้มานอนชิวๆสัมผัสกับบรรยากาศท่ามกลางของป่าสน โดยมีการรายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่เป็นสีเขียว และที่นี่ยังเหมาะที่จะพาคนรักของคุณ หรือเพื่อน และครอบครัวจะมาพักผ่อนกัน เป็นการดื่มด่ำกับธรรมชาติแบบจริงๆ

ซึ่งถ้าหากใครที่ชื่นชอบในการถ่ายรูปด้วยแล้วละก็ไม่ควรที่จะพลาดสำหรับที่นี่เลยนะคะ เพราะว่าที่นี่นั้นมีมุมสวยๆให้เพื่อนๆเลือกกันถ่ายรูปเยอะมากเลยคะ ต้องบอกว่าขาดไม่ได้จริงๆ

นอกจากที่เราควรจะมาเที่ยวที่นี่ในหน้าฝนแล้วนะ ยังเหมาะกับการมาเที่ยวในหน้าหนาวอีกด้วยนะคะ เพราะอากาศที่นี่ดีจริงๆ แถมวิวธรรมชาติของที่นี่ยังโดนใจอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  entaplay เครดิต ฟรี

พาเที่ยวชัยนาทที่สวนนกชัยนาท 

วันนี้ฉันต้องการที่จะไปเที่ยวที่สวนสัตว์ซึ่งใจก็ไม่รู้ว่าจะอยากไปที่ไหนแต่ว่าฉันเคยไปที่ซาฟารีปาร์คมาบอกแล้วทำให้ไม่อยากไปเที่ยวที่ซาฟารีอีกจึงไปถามแม่ว่ามีสวนสัตว์และสถานที่เที่ยวที่ไหนที่ไม่ใช่ซาฟารีปาร์คไหมซึ่งแม่ก็แนะนำมาว่าเดี๋ยวเราจะไปเที่ยวที่ชัยนาทกันในวันพรุ่งนี้เราจะไปที่สวนนกชัยนาทกันซึ่งหลังจากฉันได้ไปหาข้อมูลเท่าที่หาข้อมูลมาก็รู้ว่ามันคือสถานที่ที่น่าไปมากๆทำให้ฉันนั้นรีบนอนตื่นแต่เช้าก็รีบอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันแต่งตัวให้เข้ากับสถานที่

ที่จะไปหลังจากที่เรา ของเสร็จแล้วก็ทำการเดินทางไปที่นั่นซึ่งที่นั่นนั้นก็ไกลจากบ้านเรานิดนึงแต่เราก็ยังขับต่อไปอีกต่อไป 1 ชั่วโมงแล้วก็แวะไปที่ปั๊มเพื่อเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยและซื้ออาหารและขนมตุนไว้ เพราะเราก็ไม่แน่ใจมากๆอาหารที่สวนนกชัยนาทนั้นจะมีขายแล้วมันจะอร่อยหรือไม่ดังนั้นเราก็ตุ่นของกินเครื่องดื่มและอีกหลายๆอย่างไว้ก่อนเมื่อเราทำทุกอย่างเสร็จทำธุระส่วนตัวและการ ตุนของเราก็กลับขึ้นรถแล้ว

พากันเดินทางไปที่นี่ผ่านไปไม่นานเราก็สามารถเดินทางมาถึงที่นี่ได้ไงว่าฉันจะมองไปทางไหนมันก็คือสถานที่ที่สวยงามทั้งนั้นดังนั้นฉันจึงอยากจะไปเล่นทุกที่เลยเริ่มจากสถานที่แรกที่โด่งดังก่อนซึ่งก็คือสวนนกนั่นเองฉันเดินชมนกหลายๆนานาชนิดที่ว่าจะเป็นนกยูงนกตะกรามไก่ฟ้าหรืออะไรอีกหลายๆอย่างซึ่งมันทำให้ฉันมีความสุขมากนอกจากนั้นเราก็พบกับร้านขายของที่ระลึกเราพยายามใช้เงินทั้งหมด

ของฉันเองที่เป็นเงินเก็บเงินมาซื้อของฝาก จะนำไปแจกให้กับคนที่ไม่ได้มาที่นี่ หลังจากนั้นเมื่อเราซื้อของเสร็จกำลังจะเดินออกจากร้านช่างดำเหลือบไปเห็นกรงนกที่มีนกข้างในสีสันสวยงามมากมายโดยเฉพาะฉันเป็นคนที่ชอบนกอยู่แล้วต้องใช้เงินเก็บที่เหลือของตัวเองซื้อกรงนกกลับบ้านไป 3 กรงทุกๆตรงนั้นก็จะมีนกขนาดใหญ่และเล็กลงที่ใหญ่ที่สุดจะมีนกสองตัวกลางประมาณจะมี 1 ตัวเล็กสุดก็จะมี 1 ตัว

แต่ตัวเล็กหน่อยเลือกขนาดไซส์เพื่อที่จะได้ลองเลี้ยงทั้ง 3 แบบวันนั้นก็เป็นวันที่มีความสุขมาก ตอนที่ฉันไปนั้นถ้าเข้าของคนไทยก็แค่ผู้ใหญ่ราคาแค่ 30 บาทส่วนเด็กก็แค่ 15 บาทเท่านั้นสำหรับฉันมีความรู้สึกว่าราคามันถูกมากๆ ชื่อสำหรับคนที่เป็นคนอังกฤษสำหรับเด็กที่เป็นชาวต่างชาติจะราคา 50 บาทส่วนผู้ใหญ่ก็จะราคา 100 บาทมันก็จะแพงขึ้นมาหน่อยแต่สำหรับฉันก็ว่ามันก็คุ้มค่าที่เราจะได้สามารถที่จะไปชมสถานที่ที่สวยงามมากกว่านี้

 

สนับสนุนโดย  แทงบอล next88

Giant Tree ริมโขงตลาดท่าเสด็จ จุดเช็คอินใหม่ จังหวัดหนองคาย

Giant Tree & River Walk จุดชมวิวริมแม่น้ำโขงมุมสูงและจุดเช็คอินแห่งใหม่ใกล้ตลาดท่าเสด็จ ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย ที่ใช้งบประมาณในการสร้างกว่าห้าล้านบาท ใกล้ได้ฤกษ์เปิดตัวให้นักท่องเที่ยวสัมผัสกันในเดือนกรกฎาคมนี้แล้ว ซึ่งถือว่าที่นี่จะเป็นไฮไลท์ของตลาดท่าเสด็จและเมืองหนองคายเลย เพราะว่าที่นี่มีความสูงของจากพื้นถึงยอด 14.50 เมตร และมีบริเวณเพื่อให้นักท่องเที่ยวยืนชมวิว 5 เมตร

ด้านบนเหนือจุดชมวิว ซึ่งมีตะแกรงสี่เหลี่ยมทำเป็นชั้นเปรียบเสมือกิ่งก้านสาขาของต้นไม้จำนวน 3 ตะแกรง และมีการประดับไฟแสงสีเพื่อสร้างความสวยงามในยามค่ำคืน โดยขณะนี้กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในจังหวัดหนองคายเป็นอย่างมาก ซึ่งหากแล้วเสร็จจะกลายเป็นจุดชมวิวริมแม่น้ำโขงใหม่ และเป็นจุดเช็คอินของนักท่องเที่ยวที่สำคัญอีกจุดหนึ่งของจังหวัดหนองคาย

เพราะจุดที่สร้างและเป็นจุดเช็คอินในการถ่ายรูปที่ระลึกนั้น ไม่มีบ้านเรือนประชาชนมาบดบังวิวทิวทัศน์ และจะทำให้สามารถมองเห็นได้ทั้งสะพานมิตรภาพไทยลาว แห่งที่ 1 และมองเห็นพระธาตุหล้าหนองหรือพระธาตุกลางน้ำจำลอง และในตอนกลางคืนก็จะมีการเปิดไฟแสงสีสวยงาม ซึ่งการดำเนินงานโครงการครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของเทศบาลเมืองหนองคายที่ได้ร่วมกับสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดหนองคาย จัดทำโครงการพัฒนาและปรับปรุงตลาดท่าเสด็จโดยเสนอของบประมาณผ่านกลุ่มจังหวัด

หลังได้รับการอนุมัติงบประมาณผ่านกลุ่มจังหวัด หลังได้รับการอนุมัติงบประมาณเทศบาลเมืองหนองคาย จึงได้ส่งมอบงบประมาณให้สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดหนองคาย เป็นผู้ดำเนินการและควบคุมการก่อสร้าง โดยแยกเป็นป้ายทางเข้าถนนคนเดิน ปรับปรุงภูมิทัศน์รวมทั้งปรังปรุงศาลาหลายหลายในตลาดท่าเสด็จ และทำการก่อสร้างจุดชมวิวนี้ขึ้นมา ซึ่งทางผู้ว่าจังหวัดเองหวังว่า

การดำเนินงานครั้งนี้จะสำเร็จและแล้วเสร็จเปิดให้นักท่องเที่ยวและประชาชนคนไทย รวมถึงพี่น้องชาวหนองคายให้แวะกันมาเที่ยวและถ่ายรูปได้ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้การแพร่ระบาดของไข้โควิดนั้น คลี่คลายลง จะได้เหมือนกับเป็นของขวัญให้กับชาวหนองคายทุกๆ คน และเชื่อว่าหลังจากนี้เวลานักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเดินทางมาที่ประเทศไทยนั้น จังหวัดหนองคายจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ย

วและมีแลนด์มาร์คเป็นที่กล่าวขานและเป็นอีกจุดหมายปลายทางหนึ่งของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เพราะด้วยตรงจุดนี้เองนั้นยังเป็นเส้นทางการเดินทางข้ามไปประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศลาวได้อีกเส้นทางหนึ่งด้วย ซึ่งถือว่ามาที่นี่ได้เที่ยวทั้งสองประเทศในทริปเดียวกัน จึงน่าจะทำให้กลายเป็นอีกจุดที่ทุกคนต้องมาเช็กอิน

 

สนับสนุนโดย  next88 บาคาร่า

Forest cafe ร้านอาหารแบบธรรมชาติที่จังหวัดนนทบุรี

     วันนี้เราจะมาแนะนำคาเฟ่ชื่อ Forest Cafe ชื่อก็บอกอยู่ว่าเป็นป่าแต่ไม่ถึงกับว่าเป็นป่านะคะคือที่นี่นั้นจะมีน้ำตกเล็กๆที่ทางร้านสร้างขึ้นมาเหมือนน้ำพุมีหมอกมีควันเล็กๆที่ทางร้านสร้างขึ้นเพื่อที่จะได้บรรยากาศธรรมชาติสำหรับใครที่ชอบถ่ายรูปแนะนำว่าต้องมาที่นี่ให้ได้เลยค่ะเอาภาพบรรยากาศงดงามมากเหมือนกับว่าเราอยู่ในป่าจริงๆซึ่งที่นี่นั้นตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานครขับรถไปไม่นานก็ถึงที่นี่บรรยากาศจะเงียบสงบไม่มีเสียงบ่นโวยวายรถไม่ติดเหมือนในกรุงเทพฯที่นั้นร้านเพิ่งเปิดตั้งจะเปิดเมื่อตอนเดือนมิถุนายนปี 2563 ที่ผ่านมานี้นั่นเอง

ร้านมีงานตั้งอยู่ใกล้กับโรงแรมแอนนา-นาวาปากเกร็ดซึ่งถ้าเกิดว่าใครที่ไปนอนโรงแรมแถวนั้นก็สามารถเดินออกจากโรงแรมเราก็สามารถที่จะมาเที่ยวที่คาเฟ่แห่งนี้ได้ Siri ว่าบรรยากาศดีมากจริงๆมันก็มีหลากหลายเมนูหน้าตาก็น่ากินทั้งนั้นเลยนะคะที่นี่นั้นตั้งอยู่ซอยเลี่ยงเมืองปากเกร็ดงั้นจะติดแค่เฉพาะวันจันทร์เท่านั้นที่เหลือจะเปิดหมดทุกวันนะคะ 7:00 นไปจนถึง 19:00 นค่ะ

สำหรับใครที่ต้องการจะติดต่อร้านหมายเลขโทรศัพท์คือ 081- 909- 4031 ค่ะ ถ้าจะถามถึงขนาดของร้านอาหารก็ถือว่าขนาดของร้านไม่ได้ใหญ่มากนักแต่ก็ถือว่าตรงกลางพอดีไม่เล็กไปและไม่ใหญ่ไปจะว่าใหญ่ก็ไม่ใหญ่แต่ว่าเล็กก็ไม่เล็กนี่นั้นจะมีโต๊ะที่ตั้งอยู่ไว้ด้านนอกที่อยู่ด้านนอกถ้ามีคนออกไปนั่งด้านนอกทางร้านก็จะเปิดให้มีสายหมอกอ่อนๆมาอยู่รอบตัวของเราทำให้รู้สึกราวกับว่าเรานั่งอยู่ที่ทะเลหมอกนั่ง

อยู่ท่ามกลางธรรมชาติซึ่งถือว่าคนก็มาที่นี่เยอะมากในวันธรรมดาแต่วันเสาร์อาทิตย์คนจะมากันน้อยหน่อย ชื่อภาษาอังกฤษคือ Forest Cafe by Anna- Nava แต่ถ้าชื่อภาษาไทยคือฟอเรสเต้คาเฟ่ที่อำเภอปากเกร็ดตำบลบางพูด ที่นี้นั้นจะสร้างเป็นทางเดินที่อยู่ระหว่างต้นไม้ทั้งสองฝั่งเมื่อดูรวมๆแล้วดูสวยมากมากเลยค่ะเหมาะสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปเกี่ยวกับธรรมชาติมากเลยค่ะที่นี้นั้นจะสร้างเหมือนเป็นน้ำตกขนาดย่อม

หรือที่เข้าใจง่ายง่ายว่าขนาดเล็กซึ้งจะมีน้ำเย็นไหลผ่านจากก้อนหินทำให้ดูเหมือว่าเป็นน้ำตกเลยค่ะ เมนูที่นี้นั้นมีหลายอย่างมากแต่ที่คนนิยมสั่งจะเป็นพวกเครื่องดื่ม ไม่ใช่ว่าอาหารไม่อร่อยนะคะจริงจริงแล้วอาหารอร่อยมากมากแต่ที่คนนิยมสั่งเตรื่องดื่มนั้นก็เพราะว่าเครื่องดื่มมีสีสันสดใสหน้าตาน่ากินมากกว่าอาหารเพราะเครื่องดื่มบางอันจะมีการไล่สีทำให้หลายคนมักจะซื้อเครื่องดื่มเพราะหน้าจาของมันแต่เครื่องดื่มก็อร่อยนะคะ ง่ายง่ายเลยคืออาหารและทุกอย่างของร้านนี้อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ

 

สนับสนุนโดย  rb88

ชมวิถีชุมชนเชิงเกษตรอย่างพอเพียง บางขาม จังหวัดลพบุรี

          ที่จังหวัดลพบุรีจะมีแม่น้ำเส้นหนึ่งเราเรียกกันว่ารูปแม่น้ำบางขาม  แม่น้ำแห่งนี้จะเป็นแม่น้ำเส้นสายที่ยาวมากทอดผ่านหลายอำเภอของจังหวัดลพบุรีไม่ว่าจะเป็นอำเภอบ้านหมี่หรือว่าอำเภอท่าวุ้งและแต่ละอำเภอก็จะยังมีการแปะปีกย่อยไปอีกว่าจะผ่านตำบลอะไรบ้างเส้นตำบลบ้านชี  ตำบลบางขาม   ตำบลเขาสมอคอน   ตำบลบ้านพี่งเป็นต้น  ซึ่งแม่น้ำแห่งนี้ถือว่าเป็นแม่น้ำเส้นหนึ่งที่คอยหล่อเลี้ยงชีพของคนในเขตชุมชนของจังหวัดลพบุรีเลยก็ว่าได้เป็นแม่น้ำที่เป็นใจความสำคัญของชุมชนและเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านได้มีการใช้ชีวิตทางการเกษตรภายใต้แม่น้ำแห่งนี้ดังนั้นวันนี้เราจะพาแวะไปเที่ยวชมชุมชนสวนริมคลองบางขาม

ซึ่งที่นี่จะมีจุดเด่นๆที่นักท่องเที่ยวชอบไปเที่ยวกันก็คือบ้านสวนขวัญโดยที่บ้านสวนขวัญนั้นจะมีสินค้าของเกษตรกรสินค้าของชาวบ้านที่มาช่วยกันทำแล้วนำมาเป็นสินค้าขายคล้ายๆกับสินค้าโอทอปและสินค้าของที่นี่ก็เป็นสินค้าบ้านๆที่ชาวบ้านเขาช่วยกันทำซึ่งเราจะไปดูวิธีการใช้ชีวิตของชาวบ้านกันเช่นที่นี่จะมีตะกร้าหวายสานขายซึ่งตะกร้านี้ก็จะมีรูปร่างแตกต่างกันออกไปเราสามารถที่จะไปแวะซื้อตะกร้าที่นี่เพื่อไปใช้จัดกระเช้าผลไม้หรือจัดกระเช้าของขวัญของฝากในช่วงวันปีใหม่ก็ได้

เพราะว่าที่นี่จะขายกระเช้าในราคาที่ค่อนข้างถูกมากเนื่องจากว่าเป็นฝีมือของชาวบ้านเขาช่วยกันทำรวมถึงเราจะไปดูวิธีการเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามแดงหรือเราอยากจะเห็นวิธีการดำนาเกี่ยวข้าวของชาวบ้านว่าเขาทำกันยังไงบ้างไปดูว่าเขามีการเพาะเลี้ยงต้นไม้อย่างเช่นการเพาะผักบุ้งการเพาะทานตะวันงอกเขาทำกันยังไงคือไปดูวิธีการทำการเกษตรของชาวบ้านเลยก็ได้ที่นี่

ซึ่งเขายังคงใช้วิถีชีวิตแบบเดิมๆเลยว่าขี่รถอีแต๋นพานักท่องเที่ยวเนาะดูวิวธรรมชาติรวมถึงเขาจะมีการสร้างซุ้มชุมชนต่างๆซึ่งเราสามารถที่จะเข้าไปดูได้เช่นเขาจะมีบ้านไทยให้เราดูจะมีบ้านหวายให้เราดูหรือแม้แต่จะมีบ้านมหาสอนให้เราดูรวมถึงมีบ้านครูสินพระราชินีในรัชกาลที่ 9 ให้เราดูซึ่งตรงนี้จะมีนักท่องเที่ยวที่เขาสนใจอยากจะไปดูวิถีชีวิตแบบนี้เป็นค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวค่ะ

เพราะเดี๋ยวนี้ผู้ปกครองส่วนใหญ่มักจะสอนบุตรหลานของตนเองให้ได้เข้าไปคลุกคลีหรือทำการเรียนรู้วิถีชีวิตจริงๆว่าจริงๆแล้วคนชุมชนนั้นหรือว่าชาวบ้านต่างจังหวัดนั้นเขาวิถีชีวิตการดำเนินชีวิตยังไงบ้างซึ่งที่บ้านสวนขวัญนั้นเขาจะจำลองชีวิตต่างๆเหล่านี้เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้พาบุตรหลานมาเยี่ยมชมแล้วเราก็ยังสามารถหาซื้อของฝากของใช้กลับบ้านได้ด้วยเรียกว่ามาที่นี่เราจะคุ้มค่าแน่นอนค่ะ

 

 

สนับสนุนโดย  entaplay