สถานที่เที่ยวภูเก็ต

สำหรับใครที่กำลังวางแผนหรือต้องการที่จะไปเที่ยวทะเล เราเชื่อว่าจะต้องมีคนนึกถึงสถานที่เหล่านี้นั่นก็คือภูเก็ตนั่นเองโดยภูเก็ตนั้นถือได้ว่าเป็นตัวเลือกอีกตัวหนึ่งสำหรับในการท่องเที่ยวทะเลภูเก็ตนั้นถือได้ว่าเป็นไข่มุกแห่งอันดามันโดยจะมีนักท่องเที่ยวต่างๆไม่ว่าจะเป็นไทยหรือต่างประเทศก็ตามแต่ให้ความสนใจกับภูเก็ตมากที่สุดสถานที่ท่องเที่ยวของภูเก็ตก็มีมากมายหลายที่ แนะนำเหมือนกันตรงนั้นหากใครที่กำลังสนใจอยู่หรือต้องการที่จะไปเที่ยวในเร็วๆนี้สามารถดูสถานที่เหล่านี้ได้เพื่อเป็นการตัดสินใจว่าท่านจะไปแถวไหน

จะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาสถานที่ต่างๆเรามาดูกันเลยว่าสถานที่ไหนที่น่าสนใจมากที่สุดสำหรับภูเก็ตไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใดก็ตามคุณสามารถเลือกได้ดังต่อไปนี้

พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี

สถานที่แรกที่เราแนะนำนั่นก็คือที่นี่เพราะทุกคนเชื่อว่าหากไปถึงภูเก็ตแล้วไม่ได้ไปไหว้กับพระที่นี่แล้วนึกว่าไปไม่ถึงภูเก็ตถือได้ว่าเป็นพระใหญ่เมืองภูเก็ตแค่มีการตั้งประดิษฐานอยู่นะบนยอดเขานาคเกิดโดยจะเห็นได้ว่าท่านเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ซึ่งเราสามารถสังเกตเห็นจากหลายจุดของจังหวัดภูเก็ตเลยนะสำหรับพระพุทธรูปนั้นประดับด้วยหินอ่อนหยกขาวจากพม่าลักษณะเป็นงานประเพณีที่สวยงามมากสำหรับสถานที่แห่งนี้นอกจากจะมาไหว้พระเพื่อเป็นการขอพรเสริมดวงชะตาเฮงๆแล้วยังสามารถสะเดาะเคราะห์ด้วยการแขวนกระดิ่งทองเหลืองเพื่อให้เป็นศิริมงคลแก่ตัวเองได้ด้วย

แหลมพรหมเทพภูเก็ต

สำหรับท่านที่เคยไปมาแล้วย่อมรู้เป็นอย่างดีว่าแหลมพรหมเทพนั้นเป็นที่เที่ยวยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากถือได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คของจังหวัดภูเก็ตเลยก็ว่าได้สำหรับสถานที่นี้ถือได้ว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่มีแต่คนบอกว่าสวยที่สุดในประเทศไทยก็ว่าได้ลักษณะของแหลมพรหมเทพเราจะเห็นได้ว่าเป็นแหลมโค้งทอดตัวตรงสู่ทะเลซึ่งเรานั้นสามารถที่จะเดินลงไปที่ปลายแหลมได้ในขณะที่เราเดินตรงไปที่ปลายแหลมจะสามารถมองเห็นวิวทางด้านซ้ายเป็นหาดในยะส่วนหันมาทางด้านขวาก็จะเห็นเป็นผู้ชายในหานโดยทั้ง 2 ที่นี้เป็นสถานที่ที่สวยงามมากหากมีโอกาสได้ไปที่ภูเก็ตจะต้องไป ได้อย่างน้อยก็ต้องไปเช็คอินถ่ายรูปไม่งั้นจะได้ว่าคุณไปไม่ถึงภูเก็ตนะคะ

จุดชมวิวกะรนภูเก็ต

สำหรับชมพูนี้มีชื่อเรียกว่าจุดชมวิวกังหันลมภูเก็ตหรืออีกชื่อหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มาจะรู้ดีนั่นก็คือจุดชมวิว 3 อ่าวโดยจุดชมวิวนี้จะเป็นจุดชมวิวบนเนินเขาสำหรับชื่อเรียกนั้นก็มาจากการที่เพื่อนๆสามารถมองเห็นต่างและสามารถมองเห็นได้ทั้ง 3 หาดด้วยกันทำให้เป็นจุดชมวิวได้ที่สวยที่สุดของสำหรับที่นี่หากชื่นชอบบรรยากาศและวิวสวยๆก็ไม่พลาดที่จะไปถ่ายรูปสำหรับที่นี่นะคะขอแนะนำว่าพบกล้องดีๆสักตัวคุณจะได้ภาพวิวสวยๆเพียบเลยแหละ

สถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปเมื่อไปที่ไถจงประเทศไต้หวัน

“ไถจง” เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 รองจากไทเป

เมืองแห่งสีสัน เต็มไปด้วยชีวิตชีวา และความสนุก ที่ไถจงนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมให้ทำที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ แค่ลองมาที่ไถจงและสำรวจไปรอบๆดูสิ คุณจะได้ค้นพบตั้งแต่สวนสาธารณะอันร่มรื่น พิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจและจัดวางของอย่างเป็นระเบียบ ถนนศิลปะอันมีเสน่ห์ ตลาดกลางคืนกับอาหารเลิศรส ที่ไถจงนี้มีทั้งหมดเลยค่ะ และต่อไปนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำในเมืองไถจงค่ะ

  1. ไปเที่ยวหมู่บ้านสายรุ้ง (Rainbow Village) จริงๆแล้วหมู่บ้านแห่งนี้เคยเป็นหมู่บ้านเก่าของเหล่าทหารผ่านศึกในยุคสงครามกลางเมืองกับประเทศจีนที่มีชาวจีนลี้ภัยกันมาอยู่ที่ไต้หวัน โดยเป็นหมู่บ้านที่ได้รับการวาดรูปและเพ้นท์ลวดลายสีสันต่างๆสดใสไปตามกำแพงและผนังของหมู่บ้าน หมู่บ้านแห่งนี้ยังได้รับการอนุรักษ์จากทางรัฐบาลของไต้หวันและกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดให้คนมาเที่ยวที่ไถจงเยอะมากค่ะ 
  2. เดินเล่นตลาดกลางคืนฟ่งเจี่ย (Feng Chia Night Market) ถือเป็นตลาดกลางคืนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไต้หวันและมีชื่อเสียงที่สุดในไถจงอีกด้วย เป็นตลาดท้องถิ่นที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร สตรีทฟู๊ดส์ ร้านค้าร้านรวงต่างๆที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ เป็นแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ที่คุณสามารถหาซื้อได้ทั้ง เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง เครื่องประดับ และฯลฯได้อย่างจุใจเลยค่ะ   
  3. ดูซากุระที่ฟาร์มอู่หลิง (Wuling Farm) ใครบอกว่าซากุระมีแค่ที่ประเทศญี่ปุ่น ที่ฟาร์มอู่หลิงประเทศไต้หวันก็มีเหมือนกันนะคะ โดยไปชมได้ในเทศกาลที่จัดช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของปีค่ะ แถมบอกได้เลยว่าดอกซากุระของที่ฟาร์มแห่งนี้สวยงามไม่แพ้ของญี่ปุ่น ใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ไต้หวันก็แวะไปที่ฟาร์มอู่หลิงดูนะคะ
  4. ชมสถาปัตยกรรมของโรงละครแห่งชาติไถจง (National Taichung Theater) โรงละครแห่งนี้ตั้งอยู่ศูนย์กลางของเมืองไถจง เป็นอาคารที่โดดเด่น สวยงามด้านสถาปัตยกรรมและยังดูโมเดิร์นอีกด้วย โดยได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่นชื่อ โทโย อิโตะ ภายในโรงละครนั้นยังมีร้านคาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านขายของอาร์ตๆ รวมไปถึงร้านดอกไม้อีกด้วย  
  5. ไปบ้านพักตระกูลหลิน (Wufeng Lin Family Mansion and Garden) เป็นบ้านและสวนที่พักของตระกูลหลินที่มีอายุรวมกว่า 200 ปี โดยถือเป็นบ้านที่มีความสมบูรณ์มากที่สุดที่ยังคงรักษาเอาไว้ โดยบ้านแห่งนี้เป็นบ้านของคนชนชั้นสูงที่มีฐานะร่ำรวยในสมัยก่อน ซึ่งคุณสามารถเข้าชมภายในบ้านหลังนี้ที่ถูกตกแต่งไว้อย่างดั้งเดิม ทั้งสวยงาม ทั้งประณีต รวมไปถึงสวนที่ร่มรื่นที่ถูกจัดในสไตล์แบบจีนอีกด้วยค่ะ
  6. สัมผัสความงามทะเลสาบสุริยันจันทรา (Sun Moon Lake) มาถึงที่ไถจงแล้วก็ไม่ควรพลาดสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอย่างมากอย่างที่ทะเลสาบสุริยันจันทราแห่งนี้  โดยที่นี่เป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่มากที่สุดของประเทศไต้หวัน เป็นทะเลสาบที่มีความงดงามอย่างมาก มีสีฟ้าอมเขียวส่องประกายระยิบระยับ คุณสามารถนั่งเรือชมทะเลสาบ หรือ ปั่นจักรยานชมวิว ได้ตามต้องการเลยค่ะ     

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุน  entaplay

นั่งชิงช้าชมวิวที่จังหวัดพิษณุโลก

เที่ยวบ้านสวนภูรักไทย นั่งชิงช้าชมวิว ที่จังหวัดพิษณุโลก

ที่จังหวัดพิษณุโลกอำเภอเนินมะปรางจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เพิ่งเกิดใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากชื่อว่าบ้านสวนชมวิวผู้รับภัยสำหรับที่นี่จุดเด่นก็คือการนั่งชิงช้าต้นไม้เพื่อชมวิวสำหรับที่บ้านสวนผู้รับไทยนั้นถือว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ต้องการสร้างสรรค์ที่พักอาศัยให้เป็นโฮมสเตย์ จินนี่เป็นการรวมตัวกันของชาวบ้านในหมู่บ้านเพื่อร่วมกันจัดตั้งบ้านสวนแห่งนี้ขึ้นมา

โดยหวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความเป็นธรรมชาติเดินทางมาพักผ่อนและมาเยี่ยมชมวิถีชีวิตของชาวบ้านตามแบบดั้งเดิมโดยที่นี่จะมีวิวสีสวยให้นักท่องเที่ยวได้มองเห็นและถ่ายรูปซึ่งนักท่องเที่ยวจะเดินทางมาเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับก็ได้หรือจะนอนค้างคืนที่นี่ก็ได้เพราะที่นี่จะมีบ้านพักให้เช่ารวมถึงหากใครต้องการสัมผัสชีวิตบ้านบ้านท่ามกลางธรรมชาตินอนดูดาวในตอนกลางคืนฟังเสียงจิ้งหรีดเรไรก็สามารถกางเต็นนอนตรงรางกางเต็นได้        สำหรับที่โฮมสเตย์แห่งนี้จะมีกิจกรรมหลากหลายคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวให้มาร่วมกิจกรรมที่ตื่นเต้นท้าทายไม่ว่าจะเป็นการขึ้นสลิงโหลชิงช้า

หรือการเดินสามขาบนไม้ไผ่เป็นต้นที่โฮมสเตย์แห่งนี้ถือเป็นโฮมสเตย์ที่เปิดสำหรับคนที่ชอบความประจญภัยและเหมาะกับคนที่ไม่กลัวแดดที่นี่กิจกรรมส่วนใหญ่จะอยู่ตรงลานกว้างไม่ค่อยมีร่มเงาของต้นไม้พอที่จะช่วยบังแดดได้แต่ก็ถือว่าที่นี่ไม่ร้อนมากนะเพราะตลอดระยะเวลาที่ทำกิจกรรมจะมีลมเย็นๆพัดมาอยู่ตลอดเวลาให้ความรู้สึกผ่อนคลาย

ซึ่งกิจกรรมที่ทางโฮมสเตย์ที่นี่มีไว้ให้ลูกค้าเล่นนั้นเป็นกิจกรรมที่ไม่เน้นอันตรายเพราะฉะนั้นวางใจได้และอีกกิจกรรมหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเล่นกันก็คือการนั่งรถเที่ยวชมสวนพุทธซึ่งรถที่พานักท่องเที่ยวไปเที่ยวนั้นจะเป็นรถสามล้อพ่วงข้างโดยรถจะพาวิ่งชมสวนของชาวบ้านซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้เห็นวิถีชีวิตการดำเนินชีวิตของชาวบ้านและระหว่างที่นั่งบนรถนั้นก็จะได้ฟังประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจที่ชาวบ้านจะนำมาเล่าให้ฟัง

ที่บ้านสวนชมวิวผู้รับไทยนี้จะอยู่ที่หมู่บ้านภูรักไทยซึ่งหมู่บ้านนี้จะอยู่ห่างจากอำเภอเมืองมาไกลพอสมควรบริเวณโดยรอบของบ้านสวนชมวิวผู้รับไทยจะอบล้อมไปด้วยขุนเขาที่สูงชันหากกลางคืนใครนอนพักค้างแรมที่นี่ตื่นเช้ามาคุณจะพบกับทะเลหมอกที่สวยงามและตรงจุดชมวิวบนต้นไม้หากใครมีโอกาสได้ขึ้นไปคุณจะเห็นพื้นที่รอยต่อของจังหวัดนครสวรรค์,ลพบุรี,พิจิตร,เพชรบูรณ์และพิษณุโลกซึ่งจะไม่สามารถหาชมได้ที่ไหนมาก่อน นะ

มหานคร สกายวอล์ค  พาเที่ยวจุดชมวิวที่สูงที่สุดของประเทศไทย

 สำหรับ มหานคร สกายวอล์คเป็นอีกแลนด์มาร์กของประเทศไทย

ที่น่ามาลองเที่ยวดูสักครั้งที่นี่จะอยู่ตรงตึกของคิง เพาเวอร์   ที่นำดาดฟ้ามาดัดแปลงเป็นจุดชมวิวที่สุงที่สุดในประเทศไทยและยังเป็นจุดชมวิวที่น่าหวาดเสียวที่สุดอีกด้วยเพราะว่าที่นี่จะมีพื้นกระจกที่เขาการันตีว่าใสกิ๊ก ใสมากจนแทบไม่คิดว่าตัวเองจะยืนเหยียบอะไรอยู่เลย เหมือนกับว่าเราสามารถเดินลอยบนอากาศได้ และเราสามารถเดินรอบรอบดาดฟ้าเพื่อชื่นชมความงามของกรุงเทพมหานครได้อย่างเต็มที่แบบ 360 องศากันเลยที่เดียวที่นี้จะไม่เหมาะกับคนที่กลัวความสูง เพราะที่ดาดฟ้าแห่งนี้อยู่บนความสูงที่ชั้น 74  สำหรับจุดเด่นของมหานคร สกายวอล์ค นั้นนอกจากจะเป็นที่ชมวิวที่สูงที่สุดในโลกแล้ว

ยังถูกออกแบบมาจากกระจกมีความใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย และการที่จะขึ้นไปบนดาดฟ้าที่มีความสูงถึง 74 ชั้นได้นั้นคงจะเดินขึ้นไม่ไหวที่นี่มีลิฟที่จะสามารถพาเราขึ้นไปชมความสวยงามของกรุงเทพมหานครด้วยการใช้เวลาแค่ เพียงแค่ 50 วินาทีเท่านั้น สำหรับการมาเยี่ยมชมวิวสวยสวยก็จะได้มาติดต่อที่ประชาสัมพันธ์กันก่อน

โดยตรงนี้เองที่เราจะต้องติดต่อขอซื้อตั๋วเพื่อขึ้นไปชมวิวได้ โดยจะมีการแบ่งราคาเอาไว้อย่างชัดเจน โดยจะมีแบ่งการชมวิวภายในอาคารอย่างเดียว หรืออยากจะชมวิวทั้งข้างในและข้างนอกอาคาร ซึ่งจะมีราคาที่แตกต่างกัน และตรงใกล้ใกล้กับจุดประชาสัมพันธ์จะมีกิจกรรมการแสดประเพณีไทยเอาไว้คอยตอนรับให้นักท่องเที่ยวได้นั่งชมกัน

รวมถึงจะลานขายของที่ระลึก เช่น พวกกระเป๋า และสินค้าอื่นอื่นอีกมายมาย โดยสินค้าที่วางเอาไว้จำหน่ายนี้จะเป็นสินค้าที่แสดงออกถึงความเป็นไทยล้วนล้วน  และระหว่างที่เราจะเดินมาขึ้นลิฟเพื่อจะขึ้นไปดูวิวกรุงเทพแล้วสองข้างทางที่เราเดินผ่านจะมีร้านค้าเปิดขายสินค้ามากมายหลายอย่างด้วย ไม่ว่าจะเป็นร้านขาย เสื้อผ้า กระเป๋า หรือแม้แต่รองเท้า และเมื่อขึ้นมาถึงตรงบริเวณดาดฟ้าเราก็จะได้เห็นวิวสวยสวยของกรุงเทพกันทันที

แต่ต้องบอกก่อนว่าที่นี่จะมีกฏนิดหน่อยตรงที่เราจะต้องใส่ผ้าครอบรองเท้าเดินเมื่ออยู่ด้านบน เพื่อเป็นการป้องกันการลื่นล้ม และกระเป๋าเงิน มือถือจะมีถุงสำหรับให้ใส่เพื่อป้องกันของเหล่านั้นหลุดมือล่วงลงพื้น เพราะอาจจะทำให้เกิดความเสียหายกับพื้นกระจกที่เรากำลังเหยียบอยู่ก็ได้ และที่นี่สามารถถ่ายรูปได้และเมื่อถ่ายรูปแล้วสามารถส่งรูปไปทางไปรษณีย์ โดยที่นี่จะมีตู้ไปรษณีย์ที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทยคอยให้บริการอีกด้วย 

พาเที่ยววัดมะขาม

พาเที่ยววัดมะขาม วัดชื่อดังของจังหวัดปทุมธานี

        สำหรับใครที่ต้องการทำบุญด้วยและหาที่กินด้วยในที่เดียวกัน แถมยังไม่อยากเดินทางไปไหนไกลจากกรุงเทพแล้วละก็ขอแนะนำที่วัดมะขามแห่งนี้ ที่อยู่ในจังหวัดปทุมธานี ที่วัดมะขามแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่มีอายุมายาวนาน ซึ่งตัววัดจะมีพื้นที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา และด้านข้างของวัดจะมีพื้นที่ติดกับโรงเรียนประถมวัดมะขาม ส่วนอีกด้านของวัดมะขามจะอยู่ติดกับวัดศาลเจ้า

และในบริเวณวัดมะขามจะมีศาลของเซียนแปะซึ่งเป็นศาลที่มีนิยมเข้ามากราบไหว้ขอพรกันทุกวัน และว่ากันว่าเซียนแปะนั้นศักดิ์สิทธิ์มาก ขออะไรมักจะได้ตามที่ขอ

โดยสมัยที่เซียนแปะยังมีชีวิตอยู่ได้มีลูกศิษย์เป็นจำนวนมาก ซึ่งลูกศิษย์แต่ละคนหากพูดชื่อมาทุกคนต้องรู้จักกันดี เพราะเป็นกลุ่มมหาเศรษฐีของประเทศไทยทั้งนั้น อย่าง เช่น เจ้าสัว CP ก็คือหนึ่งในลูกศิษย์ของเซียนแปะนั่นเอง สำหรับที่วัดมะขามแห่งนี้ว่ากันว่ามีอายุเก่าแก่ยาวนานมาก ซึ่งเชื่อกันว่าถูกสร้างมาตั้งแต่ปี 2170 โดยกลุ่มที่สร้างวัดมะขามขึ้นมานี้คือ กลุ่มชุมชนชาวมอญ และที่เรียกว่าวัดมะขามนั้นก็น่าจะเกิดมาจากที่บริเวณที่สร้างวัดมะขามนี้

น่าจะมีต้นมะขามเป็นจำนวนมากก่อนที่จะมีการสร้างวัด เมื่อเราเดินทางมาถึงที่วัดมะขามแห่งนี้จะเห็นว่าจะมีผู้คนเดินทางมากราบไหว้ทำบุญและทำสังฆทานกันเป็นจำนวนมากในทุกทุกวันยิ่งในวันเสาร์และวันอาทิตย์แล้วละก็ ที่วัดมะขามแห่งนี้แทบจะไม่มีที่ให้จอดรถเลยทีเดียว สำหรับการเดินทางมาที่วัดมะขามจะต้องขับรถเข้าซอยมาสักประมาณ 2 กิโลเมตรจากถนนใหญ่

โดยทีวัดจะมีการเตรียมที่สำหรับให้คนที่มาไหว้พระจอดรถไว้สามจุด ซึ่งจุดแรกคือพื้นที่ในเขตวัด  จุดที่สองคือพื้นที่ด้านข้างบริเวณหน้าวัดและจุดที่สุดท้ายคือตรงถนนทางเข้าวัด

ซึ่งตรงจุดนี้จะมีรถจอดเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์เท่านั้น เมื่อเข้ามาในบริเวณวัดเราจะเห็นโบสถ์และศาลเจ้ามากมาย ซึงคนส่วนใหญ่ที่มาที่วัดมะขามนี้อันดับแรกมักจะเดินตรงไปที่วัดศาลเจ้าก่อนเพื่อทำบุญทำสังฆทาน โดยจะมีพระคอยรับสังฆทานอยู่ตลอดเวลา และหลังจากนั้นก็จะเดินตามศาลาต่างๆไหว้พระที่มีอยู่ ซึ่งที่นี่จะมีพระพุทธรูปหลายองค์ และยังมีรอยเท้าพระพุทธบาทจำลอง

และหากใครต้องการขอพรกับเทพทันใจ ที่นี่ก็มีองค์จำลองให้ขอพรด้วย และเมื่อไหว้พระเสร็จแล้วที่ขาดไม่ได้เลยคือไหว้ขอพรกับศาลของเซียนแปะที่จะอยู่ตรงพื้นที่กลางวัด ซึ่งที่นี่ชาวบ้านนับถือกันมากและผู้คนนิยมพากันมาขอพรกันไม่เคยขาดสาย 

เที่ยวจังหวัดอยุธยาแบบชิวๆ

จังหวัดอยุธยา มีอะไรมากกว่าที่เราคิด

นอกเหนือจากเมืองที่มีประวัติศาสตร์มากมาย นั้น จังหวัดอยุธยา ยังเป็นจังหวัดที่มีของกินอร่อยอีกมากมาย ซึ่งถือว่าเป็นร้านที่หากใครได้มีโอกาสไหว้พระที่จังหวัดอยุธยานั้น ก็ลองไปแวะชิมแวะลองกันได้

ร้านแรกที่เราจะแนะนำก็คือ บ้านไม้ชายน้ำ  ร้านนี้เป็นร้านอาหารทะเล ที่คนชอบทานอาหารซีฟู๊ด ไม่ต้องไปต่อคิวกินที่ชายทะเล บางขุนเทียน เพราะที่อยุธยานี้ ก็มีหมือนกัน โดยร้านนี้เน้น กุ้งตัวโตๆ หอยตัวใหญ่ๆ ปูเนื้อแน่นๆ น้ำจิ้มแซ่บเผ็ดถึงใจ รับรองว่าถ้าได้ลองคุณจะกลับมาซ้ำกันอีกแน่นอน เพราะนอกจากนี้แล้วยังมีพวกกุ้งอบวุ้นเส้น ปูอบวุ้นเส้น หอยแครงลวก หอยแมลงภู่เผา และที่สำคัญนั้น ราคาไม่ได้แพงอย่างที่คิด เพราะถ้าใครคิดว่า อาหารทะเลถ้าไม่ได้กินที่ ชายทะเลบางขุนเทียนแล้วจะเจอราคาแพงนั้น ต้องบอกว่าคิดผิด

ร้านที่สอง คือร้านก๋วยเตี๋ยวผักหวาน เพื่อนๆ คนไหนที่ชอบทานก๋วยเตี๋ยว ต้องบอกว่าร้านนี้ไม่น่าพลาด เพราะขึ้นชื่อว่าก๋วยเตี๋ยวอยุธยานั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็น ก๋วยเตี๋ยวเรือ แต่ที่อยุธยานี่ยังมีก๋วยเตี๋ยวผักหวานด้วยเหมือนกัน  และที่เรียกว่าผักหวานนั้นเพราะที่นี่จุดเด่นของเค้าจะมีผักหวานเป็นเหมือนเครื่องเขียงและเป็นองค์ประกอบส่วนสำคัญในการทำก๋วยเตี๋ยวด้วยทั้งนั้น หากใครเคยกินก๋วยเตี๋ยวผักหวานอร่อยที่ไหนนั้น ขอแนะนำว่าที่อยุธยานี้อร่อยไม่แพ้กันแน่นอน

ร้านที่สาม คือร้านก๋วยเตี๋ยวเรือแขวนขา ถ้าร้านอาหารอร่อย จะไม่มีก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา แนะนำเลยนั้นก็คงจะแปลก เพราะร้านนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบทานก๋วยเตี๋ยวเรือเป็นอย่างมา และที่สำคัญร้านนี้ต้องบอกว่ามีบรรยากาศการกินที่น่าสนใจไม่เหมือนใคร เพราะทุกคนที่มากินร้านนี้นั้นจะได้นั่งกินก๋วยเตี๋ยวไปเอาขาแช่น้ำไป และบรรยากาศสองข้างทางก็จะเป็นริมแม่น้ำชมวิวกันชิลๆ ส่วนรสชาติของก๋วยเตี๋ยว ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะขึ้นชื่อว่าก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยาแล้วนั้น รับประกันได้เลยว่าอร่อยแน่นอน แต่ที่สำคัญหากใครได้มาทานที่นี่เป็นครั้งแรก ขอเตือนให้ชิมก่อนปรุงนะจ๊ะ เพราะรสชาติของก๋วยเตี๋ยวเรือร้านนี้ รสจัดมากกกก

นอกจากสามร้านนี้แล้ว ก็ยังมีร้านอื่นๆ อีกมากมายที่ขึ้นชื่อและถูกอกถูกใจของคนที่เคยมาอยุธยา ซึ่งนอกจากร้านอาหารที่แนะนำไปแล้วนั้น ขนมหรือของฝากจากอยุธยานั้น หากใครได้มาเที่ยวหรือมาไหว้พระที่อยุธยาแล้ว ก็ไม่ควรที่จะลืมซื้อโรตี สายไหมชื่อดังของเมืองอยุธยา ไปรับประทานหรือเป็นของฝากตอนกลับบ้านกันนะจ๊ะ เพราะต้องบอกว่า ทั้งสายไหมและแป้งที่นี่นั่น ทั้งหวานมันและอร่อยมากทีเดียว