สถานที่ท่องเที่ยวอ่าวไม้งาม จังหวัดพังงา

          หากวันหยุดยาวอยากไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวที่ไหนสักที อยากแนะนำอีกหนึ่งสถานที่ให้ลองพิจารณา เพื่อที่จะได้พาคนรักหรือคนในครอบครัวไปเที่ยว  สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้อยู่ในเขตเพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเกาะสุรินทร์ โดยจะอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะ  ซึ่งหากวัดจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแล้ว จะห่างกันเพียงแค่ 2 กิโลเมตรเท่านั้นเอง 

         ความสวยงามของอ่าวไม้งามก็คือแนวปะการัง ซึ่งแนวปะการังนี้อยู่ห่างจากชายฝั่งไม่ไกลเลย เพียงแค่ 200-500 เมตรเท่านั้นเอง  สถานทีท่องเที่ยวแห่งนี้นอกจากจะมีแนวปะการังที่สวยงามแล้ว ยังมีที่เที่ยวอื่นอื่นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการนั่งเรือเล่น หรือแม้แต่การเดินชมผ่าไม้ที่สวยงามของอ่าวไม้งาม

          ที่สำคัญที่เกาะไม้งามแห่งนี้ นักท่องเที่ยวจะสามารถพักค้างคืนที่นี่ได้อีกด้วย  โดยทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติจะมีการเตรียมเต็นท์ ที่พักเอาไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว สามารถที่จะเช่าเต็นท์นอนพักค้างคืนได้    รวมถึงที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถตั้งแคมปิ้ง  และบนอ่าวมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้องสำหรับอาบน้ำ หรือแม้แต่ห้องสุขา   นอกจากนี้บนชายหาดนักท่องเที่ยวยังสามารถทำกิจกรรมจับปูเสฉวนได้ด้วย เพราะที่นี่เป็นแหล่งของปูดสฉวนเลยก็ว่าได้ 

         ในเวลายามค่ำคืน นักท่องเที่ยวสามารถที่จะนอนฟังเสียงคลื่น สัมผัสกับบรรยากาศอากาศที่สดชื่นเย็นสบาย  ตื่นเช้ามาสามารถมองวิวพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ส่องแสงสีทองตัดกับขอบน้ำทะเล รวมถึงวิวตอนเย็นยามพระอาทิตย์ตกดินก็สวยงามไม่แพ้พระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า  อย่างไรก็ตามการที่นักท่องเที่ยวจะนั่งเรือชมวิวทะเลบริเวณอ่าวไม้งามนั้น จะสามารถชมความงดงามได้เพียงแค่รอบรอบเกาะเพียงเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่อุทยานจะไม่อนุญาตให้นักทอ่งเที่ยวเอาเรือขึ้นมาบนเกาะได้ สาเหตุนั่นก็เพราะว่าตรงบริเวณชายหาดน้ำตื้นมากเกินไปนั่นเอง 

            และสำหรับการเดินทางมาที่เกาะแห่งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาได้ จำนวนสองช่องทางด้วยกัน สำหรับช่องทางแรกนั้น นักท่องเที่ยวเดินมาจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ เลาะมาตามชายหาด ซึ่งความยาวของการเดินเท้าในการมาถึงเกาะไม้งามนั้นจะเดินเท้าประมาณ สองพันเมตร  โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินชมธรรมชาติ ดูต้นไม้ดอกไม้ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติบริเวณริมหาดได้ ซึ่งหากใครอยากศึกษาเกี่ยวกับพันธ์ไม้ไปด้วยการเดินเท้ามาที่อ่าวไม้งามคุณจะได้รับความรู้อย่างมากเลยทีเดียว 

          แต่สำหรับอีกหนึ่งช่องทางนั่นก็คือ การนั่งเรือมา แต่เรือจะไปจอดที่หาดเล็กเล็กที่อยู่ไม่ไกลมากนัก นักท่องเที่ยวจะต้องลงเรือและเดินเท้ามาขึ้นฝั่งประมาณ สองร้อยเมตร  ดังนั้นหากวันหยุดอยากไปเที่ยวทะเล ก็ลองแวะมาเที่ยวที่อ่าวไม้งามกันดูนะคะ

 

 

สนับสนุนโดย  สมัครสมาชิกหวยออนไลน์ ไม่มีขั้นต่ำ

สถานที่เที่ยวของไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

ประเทศไทย อีกหนึ่งประเทศที่ได้รับการยอมรับว่ามีแหล่งท่องเที่ยวสวยมากมายติดอันดับเบอร์ต้นๆของโลก ซึ่งทุกๆปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวที่ประเทศไทยอย่างมากมายจนกลายเป็นรายได้ของประเทศไปแล้ว ซึ่งสถานที่เที่ยวของไทยที่ได้รับความนิยมนั้นก็คือแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เรียกว่าสวยงามไม่แพ้ชาติใดในโลก นั่นก็คือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา หรือจังหวัดที่เป็นประตูสู่ภาคอีสานนั่นเอง

การเดินทางก็แสนจะง่ายดายเพราะอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงของประเทศไทย จังหวัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้น ถูกจัดให้เป็นสถานที่คุณภาพแหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำตกเลยทีเดียว ซึ่งสถานที่แห่งนี้เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมกว้างใหญ่อยู่หลายจังหวัด ซึ่งคนไทยหลายๆคนเข้าใจว่า อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นี้ตั้งอยู่บนพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาเท่านั้น

แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนครนายก จังหวัดสระบุรี และจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งพื้นที่อุทยานแห่งชาติแห่งนี้จะเป็นพื้นที่ผืนป่าขนาดใหญ่มากที่เชื่อมภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งถือว่าเป็นผืนป่าที่มีสัตว์ป่าชุกชุมมากที่สุดผืนหนึ่งของประเทศไทย และมีความหลากหลายทางชีวภาพ

โดยเป็นส่วนหนึ่งของป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ที่เป็นแหล่งมรดกโลก ทางธรรมชาติของประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งปรกติแล้วนั้น ทางเขาใหญ่ถือเป็นแหล่งอุทยานแห่งชาติยอดนิยม ที่นักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นคนไทย หรือนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวต่างชาติมักจะนิยมเดินทางมาเยือนเพื่อชมความสวยงามที่ไม่เคยเห็นได้จากที่ไหน และที่สำคัญนั้นการเดินทางที่ปัจจุบันค่อนข้างจะง่ายและสะดวก จึงทำให้การเดินทางมาที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นี้ไม่ลำบากเลย

และภายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นี้ จะมีจุดท่องเที่ยวอยู่หลายจุดมากมาย ให้นักท่องเที่ยวได้เปลี่ยนบรรยากาศมาพักแรมด้วยการกางเต็นท์น้อยชมวิวกัน โดยทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้นได้เตรียมลานกางเต็นท์ไว้หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้ ลานกางเต็นท์ลำตะคอง ซึ่งนอกจากนั้นยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน้ำตกที่สวยงามในเขตอุทยานฯ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกเหวนรก น้ำตกเหวสุวัต น้ำตกสาลิกา น้ำตกนางรอง น้ำตกธารกันตา และอีกมากมาย

โดยถ้าใครวางแผนที่จะเที่ยวให้ครบทุกจุดนั้นบอกได้เลยว่า แค่สองวันหยุดเสาร์อาทิตย์คงจะไม่พอ เพราะหากมากทั้งที่แล้วควรจะหาวันหยุดยาวๆ และเก็บบรรยากาศให้ได้เต็มที่ สูดโอนโซนให้เต็มปอด และถ่ายรูปบันทึกความทรงจำกันไว้ให้เยอะๆ เลย เพราะอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่นี่ สวยงามมากจนคุณต้องไม่มีวันลืมแน่นอน

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ทางเข้าdewabet

ท่องเที่ยวชมวิวที่วัดพระธาตุผาซ่อนแก้วและผาหัวสิงห์

เราได้เริ่มออกเดินทางจากบ้านชมหมอกเขาค้อรีสอร์ทเพ่ือที่จะได้เข้าสู่เส้นของถนนที่สวยงามของเขาค้อในช่วงเวลาที่ต้นไม้ข้างทางผลิตอากาศที่สดชื่นในยามเช้า

การเดินทางในจังหวัดเพชรบูรณ์ของวันนี้คงจะทำให้เราวิ่งไม่ไกลเกินหนึ่งร้อยกิโลเมตรเพราะปลายทางสุดท้ายของวันก็คือผาหัวสิงห์ในเขตของภูทับเบิก

ซึ่งการเดินทางแบบโร้ดทริปในครั้งนี้ก็คงจะเต็มไปด้วยสองข้างทางที่สวยงามอย่างไม่ต้องสงสัยเราได้เริ่มที่จะเรียนรู้ว่าการจดจ่อกับเส้นทางตรงหน้าก็อาจจะพบหลายช่วงเหตึการณ์ในระหว่างทางหรืออาจจะพบสองหลวงพราบนรถกอล์ฟที่อาจจะไม่ใช่การบิณฑบาตรูปแบบใหม่แต่มันจะเพราะอะไรนั้นมันก็คงไม่สำคัญเท่ากับเส้นทางของตรงหน้า

ที่ดูเหมือนว่าจะไม่เปิดโอกาสให้ความคิดได้ทำงานมากมายเท่าไหร่นักการที่เราได้ออกเดินทางแบบลำพังแบบค่ำไหนนอนนั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ดูไกลตัวจากผู้คนในยุคปัจจุบันแต่ในครั้งอดีตก่อนที่มนุษย์จะเริ่มรู้จักการทำเกษตรกรรมนั้นเราก็ได้เป็นเผ่าพันธุ์ที่ออกเดินทางค่ำไหนนอนนั่นมาแต่ต้นแล้ว

ซึ่งมันก็อาจจะไม่แปลกที่ผู้คนในยุคนี้จะยังมีผู้ที่ได้หลงไหลเสพติดการเดินทางลักษณะนี้อยู่เราได้เดินทางออกมาจากเขาค้อเพื่อจะเดินทางไปยังร้านพีโน่ลาเต้

สำหรับในการชมวิวที่วันพระธาตุผาซ่อนแก้วที่ได้อยู่ไม่ห่างจากเขาค้อไปสักเท่าไหร่และเมื่อเริ่มออกจากเขตของเขาค้อไปได้ไม่นานแสงแดดก็เริ่มทำให้อากาศทวีความร้อนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเราได้นั่งพักที่ร้านและหาน้ำเย็นๆกินสักแก้วเพื่อที่จะได้มองออกไปยังวิวที่ได้อยู่ตรงหน้ากับทิวทัศน์ของมหาวิหารพระพุทธเจ้าห้าพระองค์

จากนั้นเราก็ได้เวลาที่จะต้องออกไปยังภูทับเบิกอีกครั้งเพื่อจะเดินทางไปยังผาหัวสิงห์ด้วยเส้นทางที่ได้ทอดยาวออกไปข้างหน้าเป็นเป้าหมายที่ได้มีระยะทางประมาณห้าสิบกิโลเมตรไม่ใช่ปัญหาที่ผ่าห้าร้อยกิโลเมตรแรกมาแล้วถนนที่ได้มีความกว้างแต่ก็เต็มไปด้วยโค้งก็ดูเหมือนกับว่ารถหลายค้นจะขับเร็วอยู่เหมือนกัน

ซึ่งสุดท้ายแล้วก็คงหนีไม่พ้นอุบัติเหตุรุนแรงจากรถกะบะที่ได้พลิกคว่ำในบ่ายวันนี้ที่มันจะคอยช่วยย้ำเตือนเราว่าความประมาทมันได้ให้ผลลัพธ์ที่รุนแรงขนาดไหนเราได้ออกห่างจากรถกะบะที่ได้พลิกคว่ำไปบนถนนหมายเลขสองสามเจ็ดสองและได้เริ่มเลี้ยวขึ้นที่ตีนเขาของภูทับเบิกที่จังหวัดเพชรบูรณ์

 

 

สนับสนุนโดย  dewabet

ประสบการณ์การไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นของครอบครัวของฉัน 

พ่อของฉันสนใจจะไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นกันเนื่องจากพ่อได้เห็นรูปราเมงทำให้พ่อนึกอยากไปเที่ยวญี่ปุ่นอย่างนั้นพวกเราก็พากันจัดที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อที่จะไปกินราเมงและเที่ยวญี่ปุ่นกันและเมื่อเราเดินทางมาถึงที่ประเทศญี่ปุ่นเราก็ได้ทำการจองโรงแรมไว้เรียบร้อยโดยโรงแรมเป็นโรงแรมที่หรูรวมถึงสวยมากๆเลยล่ะค่ะโดยที่โรงแรมนั้น มีความรู้และสวยงามมากเลยล่ะค่ะนอกจากนั้นเมื่อเราทำการอาบน้ำแต่งตัวกันเสร็จ

ทางบ้านเราก็พากันออกไปเที่ยวกันเลยค่ะซึ่งที่ที่เราไปเที่ยวที่แรกนั่นก็คือเราไปเที่ยวกันที่ Starbucks กันค่ะที่เราเลือกไปที่ Starbucks กันก่อนนั้นเพราะเราเลือกที่จะไปกินแซนด์วิชก็ทานอาหารเช้ากันที่ Starbucks กันค่ะเราถ่ายรูปเป็นที่ระลึกพร้อม กินของกิน จากนั้นพวกเรา ก็ออกไปจากกันค่ะเราเดินผ่านมาที่จุดรถไฟของปลอมซึ่งเป็นรถไฟที่อยู่ในประวัติของประเทศญี่ปุ่นด้วยค่ะ

ซึ่งจะเป็นรถไฟจำลองหลังจากนั้นพวกเราก็พากันถ่ายรูปสักพักและรีบเดินจากไปเนื่องจากมีคนสูบบุหรี่อยู่แถวนั้นซึ่งหลังจากที่เราออกมาจากจุดนั้นแล้วพ่อของฉันก็พาพวกเราไปที่จุดหนึ่งซึ่งมีรูปปั้นหมาตัวนึงอยู่เพราะเราประวัติของมันว่ามันคือหมาที่ซื่อสัตย์มากมันมักจะไปรอเจ้าของมันที่เป็นนักศึกษาอยู่ที่รถเมล์ทุกๆวันจันทร์จะรอตั้งแต่เช้าเย็นๆให้เจ้านายของมันมาอยู่ที่นั่นแต่มี เพลงที่เจ้านายของมันประสบอุบัติเหตุและมันก็ยังไม่รู้และมันก็ยังรอเจ้านายอย่างนั้น

ตลอดเวลาจนสุดท้ายมันก็ถูกรถชนตาย หลังจากนั้นมันก็ถูกแต่งตั้งให้กลายเป็นหมาที่กตัญญูมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เสร็จแล้วพ่อก็พาเราไปเที่ยวที่เมืองแห่งหนึ่งเที่ยวไปสักพักพวกเราก็หิวพ่อเลยพาเราแวะที่ร้านขายราเม็งที่โด่งดังมากที่เมื หลังจากเราพากันกินเสร็จเราก็ลงมาค่ะพร้อมกับทางเดินม้าลายต้องขอบอกจริงๆว่าคนที่ญี่ปุ่นนั้นไม่เดินชนกันไปชนกันมาเลยนะค่ะ

นอกจากนั้นทุกๆที่ที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นก็สะอาดมากเลยอ่ะค่ะ จากที่เราพากันเที่ยวตอนนี้ก็เริ่มจะหมดวันแล้วเพราะมันค่ำมากแล้วสุดท้ายพ่อก็พาเราแวะที่ข้างทางซึ่งเป็นร้านโด่งดังร้านนึงเป็นร้านขายทาโกะยากิค่ะเราเดินเข้าไปเราได้กลิ่นของทาโกะยากิ พี่หอมมากลอยมาเตะจมูกเลยล่ะค่ะซึ่งหลังจากนั้นพวกเราก็พากันดูวิธีการทำจากเชฟที่อยู่ภายในร้านเนื่องจากเขาเปิดกระจกให้คนเราสามารถดูวิธีการทำได้

พวกเราทั้งดูไปขึ้นไปตะลึงไปขั้นตอนการทำทาโกยากิว่ามันจะยากขนาดนี้เลยหรอสุดท้ายก็ถึงเวลาที่พวกเราจะได้กินกันค่ะนุ่มละมุนลิ้นโดยเฉพาะช่วงเวลาที่กินตอนร้อนๆนั้นจะอร่อยมากนอกจากนั้นเพราะที่ทางร้านนำมาราดทาโกะยากิเรียกว่าอร่อยมากเลยจริงๆนะคะ

 

 

ขอบคุณ  เว็บพนันออนไลน์  ที่ให้การสนับสนุน

พาเที่ยวน้ำตกและถ้ำสวยๆ

 

พาเที่ยวน้ำตกและถ้ำสวยๆและชมซากอารายธรรมโบราณที่ประเทศเลโซโท

         หากพูดถึงประเทศเลโซโทหลายคนอาจจะไม่รู้จักแต่ถ้าบอกว่าเป็นประเทศเล็กๆประเทศหนึ่งในแถบทวีปแอฟริกาใต้คงต้องไปค้นหาแผนที่ดูกันอีกทีเนื่องจากว่าประเทศนี้ไม่ค่อยมีชื่อเสียงมากนักและประเทศนี้อยู่ห่างไกลจากความเจริญมากผู้คนส่วนใหญ่ยังคงใช้ชีวิตตามวิถีชีวิตของคนพื้นเมืองรถเขาไม่มีไฟฟ้าใช้และยังใช้ชีวิตด้วยการทำเกษตรแบบพอเพียงแต่ถึงแม้ที่นี่จะห่างไกลจากผู้คนมากแค่ไหน

แต่ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่งดงามที่มีธรรมชาติให้เรานักท่องเที่ยวที่ชอบการผจญภัยและชอบไปชมความงามของธรรมชาติอย่างแท้จริงได้เดินทางไปท่องเที่ยวดูนอกจากเราจะสามารถเยี่ยมชมการใช้ชีวิตแบบพื้นเมืองของชาวบ้านแล้วที่นี่ยังมีน้ำตกขนาดใหญ่ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในแอฟริกาใต้เลยก็ได้โดยน้ำตกที่นี่มีความสูงถึง 192 เมตรเป็นน้ำตกที่ตกมาจากหน้าผาสูงลงสู่พื้นดิน

ทำให้ที่นี่ถูกมีการบันทึกลงใน guinness World Records ว่าน้ำตกของประเทศเลโซโทคือน้ำตกที่ตกมาจากที่สูงที่สุดในโลกเพราะน้ำตกแห่งนี้จะไหลมาจากเทือกเขาสูงซึ่งเราเรียกน้ำตกแห่งนี้ว่า ซีมอนคอง 

หากใครที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศเลโซโทยังต้องมาชมความงดงามของน้ำตกแห่งนี้น้ำตกแห่งนี้มองดูแล้วก็มีทั้งความงดงามและความน่ากลัวอยู่ในตัวเดียวกันขอเป็นน้ำตกที่ตกมาระหว่างการหุบเขาและไม่ไกลจากที่น้ำตกแห่งนี้มากนักที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกที่หนึ่งที่น่าสนใจนั่นก็คือถ้ำ  Kome Cave ซึ่งถ้ำแห่งนี้เปรียบเสมือนบ้านของชาวเขาเผ่าพื้นเมืองของเลโซโท หากใครเคยไปเห็นบ้านของพวกเอสกิโมจะรู้เลยว่าที่ถ้ำ Kome Cave นั้นมีลักษณะไม่แตกต่างกันเลย นอกจากเราจะได้เห็นบ้านของชนเผ่าของประเทศเลโซโทแล้ว

ที่นี่ยังมีอุทยานแห่งชาติที่สวยงามมีสีสันสวยแปลกตาพระโอบล้อมไปด้วยภูเขาตั้งตระหง่านสูงใหญ่มีธรรมชาติล้อมรอบอุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้นานาชนิดและยังมีแม่น้ำลำธารที่ไหลผ่านกลางทุ่งหญ้าที่มีสีเขียวขจีหากใครได้มาท่องเที่ยวที่นี่แล้วจะรู้สึกสบายตา

โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะมาท่องเที่ยวด้วยการนำเต็นท์มากางนอนเพื่อนอนฟังเสียงธรรมชาติยามค่ำคืนอากาศที่นี่เย็นสบายเพราะโอบล้อมไปด้วยภูเขาและมีต้นไม้สูงใหญ่และที่ขาดไม่ได้เลยถ้าใครมาเที่ยวที่ประเทศเลโซโทต้องมาเยี่ยมชมการค้นพบซากโบราณของไดโนเสาร์ซึ่งที่นี่มีการค้นพบทั้งกระดูกและรอยเท้าของไดโนเสาร์รวมถึงสร้างอารยธรรมโบราณตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์หากใครที่ชื่นชอบและอยากจะชื่นชมสัมผัสกับของโบราณแล้วก็สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศนี้ได้เลยรับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวังแน่นอน

 

สนับสนุนโดย  bk8 john terry

ท่องเที่ยว ณ ถ้ำนกนางแอ่น  

หลังจากที่ผมได้เข้าไปชมถ้ำเสาหินเมื่อได้เดินทางออกมานอกถ้ำการปีนหินเพื่อกลับมายังจุดจอดรถนั้นได้กินพลังของทุกคนไปพอสมควรแต่ก็ทำให้ทุกคนในกลุ่มได้สนิทสนมกันมากขึ้นโดยไม่รู้ตัวและพี่เจ้าหน้าที่ก็พาทุกคนไปพบกับเพื่อนบ้านที่มีสตรอว์เบอร์รี่ให้เรากินกันแบบไม่อั้นในช่วงเวลาที่ทุกคนอ่อนแรงนั้นคำว่านี่เป็นสตรอว์รี่ที่อร่อยที่สุด

ตั้งแต่เคยกินมาก็หลุมออกมาจากปากของใครหลายคนรวมทั้งตัวผมด้วยเราหอบสตอรเบอร์รี่ที่พี่ชาวบ้านให้กลับมายังแคมป์และเข้าสู่ช่วงเวลาของมื้อเย็นเราทั้งเก้าคนที่ร่วมเดินทางกันมาทั้งวันนี้เมื่อกลับมาถึงยังแคมป์แล้วก็ไม่สามารถแยกออกจากกันได้อยู่ดีพวกเราดูเหมือนฝูงสัตว์อพยพที่ได้มาร่วมดื่มน้ำบ่อเดียวกันและถึงเราจะมีความต่างชนิดกันแต่เมื่อธรรมชาติที่ได้สร้างให้เราอยู่ร่วมกันเป็นฝูงจึงทำให้ประสบการณ์ของทุกคนในค่ำคืนนี้ถูกบันทึกร่วมกันไปตามธรรมชาติผมผ่านค่ำคืนที่สวยงามคล้ายกับการรอบกองไฟเมื่อครั้งเรียนลูกเสือในวัยเด็ก

และการเดินทางของผม กับทุกๆคนนั้นก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง ณ การเดินทางไปยัง  ถ้ำนกนางแอ่น อีกหนึ่งถ้ำที่ที่มีความสวยงามอังเลืองชื่อ ณ ลำคลองงูผมเคยสงสัยในช่วงชีวิตก่อนออกเดินทางของผมคนที่เต็มไปด้วยเพื่อนฝูงและไม่ชอบไปไหนมาไหนคนเดียวและที่สำคัญการเดินทางเกินสองชั่วโมงนั้นผมไม่มีทางเอาด้วยแน่นอนแต่ในวันหนึ่งที่ผมอยู่กับสิ่งรอบตัวที่ผมคิดว่าชอบนั้นสิ่งแวดล้อมของผมก็แคบลงเรื่อยๆผลเลือกอยู่กับเพื่อนที่รู้ใจกินข้าวร้านเฉพาะที่ถูกใจแม้กระทั่งเอไอในโซเชียลยังคัดกลองในสิ่งที่คิดว่าผมสนใจให้และนั่นคือหายนะของความรู้สึกรู้ตัวอีกทีผมก็หลงเข้ามาอยู่ภายในภาวะเรียบง่ายไร้จิตวิญญาณภาวะการหรอกตัวเอง

ว่าเราชอบความสงบสุขแต่ลึกๆในใจกลับประทุไปด้วยอะไรบางอย่างและทางออกของความรู้สึกนี้คือการไปยังฝั่งตรงข้ามของตัวเองหรือการเลือกในสิ่งที่เราคิดว่าเราไม่ชอบและภายในฝั่งตรงข้ามที่เราไม่แน่ใจนั้นคือโลกเกือบจะทั้งใบที่เรายังสำรวจไปไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำเส้นทางในการเดินทางมายัง ถ้ำนกนางแอ่น บางครั้งก็คล้ายกับว่าธรรมชาติได้สร้างสนามเด็กเล่นไว้ต้อนรับนักเดินทางอย่างพวกเราแดดที่ส่องลงมากับน้ำที่เย็นฉำกับความสวยงามของธรรมชาติระหว่างทางที่ดี ซะจนไม่จำเป็นจะต้องมีไฮไลท์ ณ ที่ปลายทางด้วยซ้ำ

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์2020

สถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปเมื่อไปที่ไถจงประเทศไต้หวัน

“ไถจง” เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 รองจากไทเป

เมืองแห่งสีสัน เต็มไปด้วยชีวิตชีวา และความสนุก ที่ไถจงนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมให้ทำที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ แค่ลองมาที่ไถจงและสำรวจไปรอบๆดูสิ คุณจะได้ค้นพบตั้งแต่สวนสาธารณะอันร่มรื่น พิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจและจัดวางของอย่างเป็นระเบียบ ถนนศิลปะอันมีเสน่ห์ ตลาดกลางคืนกับอาหารเลิศรส ที่ไถจงนี้มีทั้งหมดเลยค่ะ และต่อไปนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำในเมืองไถจงค่ะ

  1. ไปเที่ยวหมู่บ้านสายรุ้ง (Rainbow Village) จริงๆแล้วหมู่บ้านแห่งนี้เคยเป็นหมู่บ้านเก่าของเหล่าทหารผ่านศึกในยุคสงครามกลางเมืองกับประเทศจีนที่มีชาวจีนลี้ภัยกันมาอยู่ที่ไต้หวัน โดยเป็นหมู่บ้านที่ได้รับการวาดรูปและเพ้นท์ลวดลายสีสันต่างๆสดใสไปตามกำแพงและผนังของหมู่บ้าน หมู่บ้านแห่งนี้ยังได้รับการอนุรักษ์จากทางรัฐบาลของไต้หวันและกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดให้คนมาเที่ยวที่ไถจงเยอะมากค่ะ 
  2. เดินเล่นตลาดกลางคืนฟ่งเจี่ย (Feng Chia Night Market) ถือเป็นตลาดกลางคืนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไต้หวันและมีชื่อเสียงที่สุดในไถจงอีกด้วย เป็นตลาดท้องถิ่นที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร สตรีทฟู๊ดส์ ร้านค้าร้านรวงต่างๆที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ เป็นแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ที่คุณสามารถหาซื้อได้ทั้ง เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง เครื่องประดับ และฯลฯได้อย่างจุใจเลยค่ะ   
  3. ดูซากุระที่ฟาร์มอู่หลิง (Wuling Farm) ใครบอกว่าซากุระมีแค่ที่ประเทศญี่ปุ่น ที่ฟาร์มอู่หลิงประเทศไต้หวันก็มีเหมือนกันนะคะ โดยไปชมได้ในเทศกาลที่จัดช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของปีค่ะ แถมบอกได้เลยว่าดอกซากุระของที่ฟาร์มแห่งนี้สวยงามไม่แพ้ของญี่ปุ่น ใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ไต้หวันก็แวะไปที่ฟาร์มอู่หลิงดูนะคะ
  4. ชมสถาปัตยกรรมของโรงละครแห่งชาติไถจง (National Taichung Theater) โรงละครแห่งนี้ตั้งอยู่ศูนย์กลางของเมืองไถจง เป็นอาคารที่โดดเด่น สวยงามด้านสถาปัตยกรรมและยังดูโมเดิร์นอีกด้วย โดยได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่นชื่อ โทโย อิโตะ ภายในโรงละครนั้นยังมีร้านคาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านขายของอาร์ตๆ รวมไปถึงร้านดอกไม้อีกด้วย  
  5. ไปบ้านพักตระกูลหลิน (Wufeng Lin Family Mansion and Garden) เป็นบ้านและสวนที่พักของตระกูลหลินที่มีอายุรวมกว่า 200 ปี โดยถือเป็นบ้านที่มีความสมบูรณ์มากที่สุดที่ยังคงรักษาเอาไว้ โดยบ้านแห่งนี้เป็นบ้านของคนชนชั้นสูงที่มีฐานะร่ำรวยในสมัยก่อน ซึ่งคุณสามารถเข้าชมภายในบ้านหลังนี้ที่ถูกตกแต่งไว้อย่างดั้งเดิม ทั้งสวยงาม ทั้งประณีต รวมไปถึงสวนที่ร่มรื่นที่ถูกจัดในสไตล์แบบจีนอีกด้วยค่ะ
  6. สัมผัสความงามทะเลสาบสุริยันจันทรา (Sun Moon Lake) มาถึงที่ไถจงแล้วก็ไม่ควรพลาดสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอย่างมากอย่างที่ทะเลสาบสุริยันจันทราแห่งนี้  โดยที่นี่เป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่มากที่สุดของประเทศไต้หวัน เป็นทะเลสาบที่มีความงดงามอย่างมาก มีสีฟ้าอมเขียวส่องประกายระยิบระยับ คุณสามารถนั่งเรือชมทะเลสาบ หรือ ปั่นจักรยานชมวิว ได้ตามต้องการเลยค่ะ     

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุน  entaplay

นั่งชิงช้าชมวิวที่จังหวัดพิษณุโลก

เที่ยวบ้านสวนภูรักไทย นั่งชิงช้าชมวิว ที่จังหวัดพิษณุโลก

ที่จังหวัดพิษณุโลกอำเภอเนินมะปรางจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เพิ่งเกิดใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากชื่อว่าบ้านสวนชมวิวผู้รับภัยสำหรับที่นี่จุดเด่นก็คือการนั่งชิงช้าต้นไม้เพื่อชมวิวสำหรับที่บ้านสวนผู้รับไทยนั้นถือว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ต้องการสร้างสรรค์ที่พักอาศัยให้เป็นโฮมสเตย์ จินนี่เป็นการรวมตัวกันของชาวบ้านในหมู่บ้านเพื่อร่วมกันจัดตั้งบ้านสวนแห่งนี้ขึ้นมา

โดยหวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความเป็นธรรมชาติเดินทางมาพักผ่อนและมาเยี่ยมชมวิถีชีวิตของชาวบ้านตามแบบดั้งเดิมโดยที่นี่จะมีวิวสีสวยให้นักท่องเที่ยวได้มองเห็นและถ่ายรูปซึ่งนักท่องเที่ยวจะเดินทางมาเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับก็ได้หรือจะนอนค้างคืนที่นี่ก็ได้เพราะที่นี่จะมีบ้านพักให้เช่ารวมถึงหากใครต้องการสัมผัสชีวิตบ้านบ้านท่ามกลางธรรมชาตินอนดูดาวในตอนกลางคืนฟังเสียงจิ้งหรีดเรไรก็สามารถกางเต็นนอนตรงรางกางเต็นได้        สำหรับที่โฮมสเตย์แห่งนี้จะมีกิจกรรมหลากหลายคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวให้มาร่วมกิจกรรมที่ตื่นเต้นท้าทายไม่ว่าจะเป็นการขึ้นสลิงโหลชิงช้า

หรือการเดินสามขาบนไม้ไผ่เป็นต้นที่โฮมสเตย์แห่งนี้ถือเป็นโฮมสเตย์ที่เปิดสำหรับคนที่ชอบความประจญภัยและเหมาะกับคนที่ไม่กลัวแดดที่นี่กิจกรรมส่วนใหญ่จะอยู่ตรงลานกว้างไม่ค่อยมีร่มเงาของต้นไม้พอที่จะช่วยบังแดดได้แต่ก็ถือว่าที่นี่ไม่ร้อนมากนะเพราะตลอดระยะเวลาที่ทำกิจกรรมจะมีลมเย็นๆพัดมาอยู่ตลอดเวลาให้ความรู้สึกผ่อนคลาย

ซึ่งกิจกรรมที่ทางโฮมสเตย์ที่นี่มีไว้ให้ลูกค้าเล่นนั้นเป็นกิจกรรมที่ไม่เน้นอันตรายเพราะฉะนั้นวางใจได้และอีกกิจกรรมหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเล่นกันก็คือการนั่งรถเที่ยวชมสวนพุทธซึ่งรถที่พานักท่องเที่ยวไปเที่ยวนั้นจะเป็นรถสามล้อพ่วงข้างโดยรถจะพาวิ่งชมสวนของชาวบ้านซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้เห็นวิถีชีวิตการดำเนินชีวิตของชาวบ้านและระหว่างที่นั่งบนรถนั้นก็จะได้ฟังประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจที่ชาวบ้านจะนำมาเล่าให้ฟัง

ที่บ้านสวนชมวิวผู้รับไทยนี้จะอยู่ที่หมู่บ้านภูรักไทยซึ่งหมู่บ้านนี้จะอยู่ห่างจากอำเภอเมืองมาไกลพอสมควรบริเวณโดยรอบของบ้านสวนชมวิวผู้รับไทยจะอบล้อมไปด้วยขุนเขาที่สูงชันหากกลางคืนใครนอนพักค้างแรมที่นี่ตื่นเช้ามาคุณจะพบกับทะเลหมอกที่สวยงามและตรงจุดชมวิวบนต้นไม้หากใครมีโอกาสได้ขึ้นไปคุณจะเห็นพื้นที่รอยต่อของจังหวัดนครสวรรค์,ลพบุรี,พิจิตร,เพชรบูรณ์และพิษณุโลกซึ่งจะไม่สามารถหาชมได้ที่ไหนมาก่อน นะ

มหานคร สกายวอล์ค  พาเที่ยวจุดชมวิวที่สูงที่สุดของประเทศไทย

 สำหรับ มหานคร สกายวอล์คเป็นอีกแลนด์มาร์กของประเทศไทย

ที่น่ามาลองเที่ยวดูสักครั้งที่นี่จะอยู่ตรงตึกของคิง เพาเวอร์   ที่นำดาดฟ้ามาดัดแปลงเป็นจุดชมวิวที่สุงที่สุดในประเทศไทยและยังเป็นจุดชมวิวที่น่าหวาดเสียวที่สุดอีกด้วยเพราะว่าที่นี่จะมีพื้นกระจกที่เขาการันตีว่าใสกิ๊ก ใสมากจนแทบไม่คิดว่าตัวเองจะยืนเหยียบอะไรอยู่เลย เหมือนกับว่าเราสามารถเดินลอยบนอากาศได้ และเราสามารถเดินรอบรอบดาดฟ้าเพื่อชื่นชมความงามของกรุงเทพมหานครได้อย่างเต็มที่แบบ 360 องศากันเลยที่เดียวที่นี้จะไม่เหมาะกับคนที่กลัวความสูง เพราะที่ดาดฟ้าแห่งนี้อยู่บนความสูงที่ชั้น 74  สำหรับจุดเด่นของมหานคร สกายวอล์ค นั้นนอกจากจะเป็นที่ชมวิวที่สูงที่สุดในโลกแล้ว

ยังถูกออกแบบมาจากกระจกมีความใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย และการที่จะขึ้นไปบนดาดฟ้าที่มีความสูงถึง 74 ชั้นได้นั้นคงจะเดินขึ้นไม่ไหวที่นี่มีลิฟที่จะสามารถพาเราขึ้นไปชมความสวยงามของกรุงเทพมหานครด้วยการใช้เวลาแค่ เพียงแค่ 50 วินาทีเท่านั้น สำหรับการมาเยี่ยมชมวิวสวยสวยก็จะได้มาติดต่อที่ประชาสัมพันธ์กันก่อน

โดยตรงนี้เองที่เราจะต้องติดต่อขอซื้อตั๋วเพื่อขึ้นไปชมวิวได้ โดยจะมีการแบ่งราคาเอาไว้อย่างชัดเจน โดยจะมีแบ่งการชมวิวภายในอาคารอย่างเดียว หรืออยากจะชมวิวทั้งข้างในและข้างนอกอาคาร ซึ่งจะมีราคาที่แตกต่างกัน และตรงใกล้ใกล้กับจุดประชาสัมพันธ์จะมีกิจกรรมการแสดประเพณีไทยเอาไว้คอยตอนรับให้นักท่องเที่ยวได้นั่งชมกัน

รวมถึงจะลานขายของที่ระลึก เช่น พวกกระเป๋า และสินค้าอื่นอื่นอีกมายมาย โดยสินค้าที่วางเอาไว้จำหน่ายนี้จะเป็นสินค้าที่แสดงออกถึงความเป็นไทยล้วนล้วน  และระหว่างที่เราจะเดินมาขึ้นลิฟเพื่อจะขึ้นไปดูวิวกรุงเทพแล้วสองข้างทางที่เราเดินผ่านจะมีร้านค้าเปิดขายสินค้ามากมายหลายอย่างด้วย ไม่ว่าจะเป็นร้านขาย เสื้อผ้า กระเป๋า หรือแม้แต่รองเท้า และเมื่อขึ้นมาถึงตรงบริเวณดาดฟ้าเราก็จะได้เห็นวิวสวยสวยของกรุงเทพกันทันที

แต่ต้องบอกก่อนว่าที่นี่จะมีกฏนิดหน่อยตรงที่เราจะต้องใส่ผ้าครอบรองเท้าเดินเมื่ออยู่ด้านบน เพื่อเป็นการป้องกันการลื่นล้ม และกระเป๋าเงิน มือถือจะมีถุงสำหรับให้ใส่เพื่อป้องกันของเหล่านั้นหลุดมือล่วงลงพื้น เพราะอาจจะทำให้เกิดความเสียหายกับพื้นกระจกที่เรากำลังเหยียบอยู่ก็ได้ และที่นี่สามารถถ่ายรูปได้และเมื่อถ่ายรูปแล้วสามารถส่งรูปไปทางไปรษณีย์ โดยที่นี่จะมีตู้ไปรษณีย์ที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทยคอยให้บริการอีกด้วย 

พาเที่ยววัดมะขาม

พาเที่ยววัดมะขาม วัดชื่อดังของจังหวัดปทุมธานี

        สำหรับใครที่ต้องการทำบุญด้วยและหาที่กินด้วยในที่เดียวกัน แถมยังไม่อยากเดินทางไปไหนไกลจากกรุงเทพแล้วละก็ขอแนะนำที่วัดมะขามแห่งนี้ ที่อยู่ในจังหวัดปทุมธานี ที่วัดมะขามแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่มีอายุมายาวนาน ซึ่งตัววัดจะมีพื้นที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา และด้านข้างของวัดจะมีพื้นที่ติดกับโรงเรียนประถมวัดมะขาม ส่วนอีกด้านของวัดมะขามจะอยู่ติดกับวัดศาลเจ้า

และในบริเวณวัดมะขามจะมีศาลของเซียนแปะซึ่งเป็นศาลที่มีนิยมเข้ามากราบไหว้ขอพรกันทุกวัน และว่ากันว่าเซียนแปะนั้นศักดิ์สิทธิ์มาก ขออะไรมักจะได้ตามที่ขอ

โดยสมัยที่เซียนแปะยังมีชีวิตอยู่ได้มีลูกศิษย์เป็นจำนวนมาก ซึ่งลูกศิษย์แต่ละคนหากพูดชื่อมาทุกคนต้องรู้จักกันดี เพราะเป็นกลุ่มมหาเศรษฐีของประเทศไทยทั้งนั้น อย่าง เช่น เจ้าสัว CP ก็คือหนึ่งในลูกศิษย์ของเซียนแปะนั่นเอง สำหรับที่วัดมะขามแห่งนี้ว่ากันว่ามีอายุเก่าแก่ยาวนานมาก ซึ่งเชื่อกันว่าถูกสร้างมาตั้งแต่ปี 2170 โดยกลุ่มที่สร้างวัดมะขามขึ้นมานี้คือ กลุ่มชุมชนชาวมอญ และที่เรียกว่าวัดมะขามนั้นก็น่าจะเกิดมาจากที่บริเวณที่สร้างวัดมะขามนี้

น่าจะมีต้นมะขามเป็นจำนวนมากก่อนที่จะมีการสร้างวัด เมื่อเราเดินทางมาถึงที่วัดมะขามแห่งนี้จะเห็นว่าจะมีผู้คนเดินทางมากราบไหว้ทำบุญและทำสังฆทานกันเป็นจำนวนมากในทุกทุกวันยิ่งในวันเสาร์และวันอาทิตย์แล้วละก็ ที่วัดมะขามแห่งนี้แทบจะไม่มีที่ให้จอดรถเลยทีเดียว สำหรับการเดินทางมาที่วัดมะขามจะต้องขับรถเข้าซอยมาสักประมาณ 2 กิโลเมตรจากถนนใหญ่

โดยทีวัดจะมีการเตรียมที่สำหรับให้คนที่มาไหว้พระจอดรถไว้สามจุด ซึ่งจุดแรกคือพื้นที่ในเขตวัด  จุดที่สองคือพื้นที่ด้านข้างบริเวณหน้าวัดและจุดที่สุดท้ายคือตรงถนนทางเข้าวัด

ซึ่งตรงจุดนี้จะมีรถจอดเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์เท่านั้น เมื่อเข้ามาในบริเวณวัดเราจะเห็นโบสถ์และศาลเจ้ามากมาย ซึงคนส่วนใหญ่ที่มาที่วัดมะขามนี้อันดับแรกมักจะเดินตรงไปที่วัดศาลเจ้าก่อนเพื่อทำบุญทำสังฆทาน โดยจะมีพระคอยรับสังฆทานอยู่ตลอดเวลา และหลังจากนั้นก็จะเดินตามศาลาต่างๆไหว้พระที่มีอยู่ ซึ่งที่นี่จะมีพระพุทธรูปหลายองค์ และยังมีรอยเท้าพระพุทธบาทจำลอง

และหากใครต้องการขอพรกับเทพทันใจ ที่นี่ก็มีองค์จำลองให้ขอพรด้วย และเมื่อไหว้พระเสร็จแล้วที่ขาดไม่ได้เลยคือไหว้ขอพรกับศาลของเซียนแปะที่จะอยู่ตรงพื้นที่กลางวัด ซึ่งที่นี่ชาวบ้านนับถือกันมากและผู้คนนิยมพากันมาขอพรกันไม่เคยขาดสาย